ถ้าคุณสงสัยแล้วพิมพ์คำว่า “กรุงเทพ – พะเยา” สิ่งแรกที่จะเด้งขึ้นมาคือตัวเลขระยะทางราว ๆ 700-800 กิโลเมตร แล้วก็ตามมาด้วยคำถามที่หลายคนอยากรู้คือ “แล้วมันต้องขับกี่ชั่วโมงกันแน่?” คำตอบสั้น ๆ ก็คือประมาณ 8-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกและสไตล์การขับของแต่ละคน แต่ถ้าจะให้เข้าใจกันแบบละเอียดก็ต้องดูทีละเส้นทาง ทีละจุดพัก ทีละเทคนิค ซึ่งเราจัดมาให้ครบจบในที่เดียว
ระยะทางกรุงเทพ – พะเยา ประมาณเท่าไหร่?
พะเยาเป็นจังหวัดเล็ก ๆ เงียบ ๆ ทางภาคเหนือตอนบน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 735 กิโลเมตร ถ้านับตามเส้นตรงบนแผนที่ แต่ในความเป็นจริง ระยะทางที่ต้องขับจะอยู่ที่ประมาณ 780-970 กิโลเมตร แล้วแต่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหน จากประสบการณ์ของคนที่ขับเส้นนี้ประจำ หลายคนบอกตรงกันว่าถ้าขับด้วยความเร็วประมาณ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบไม่แวะพักนานก็ใช้เวลาจริง ๆ ราว 8-9 ชั่วโมง แต่ถ้ารวมเวลาแวะเข้าห้องน้ำแวะกินข้าวเติมน้ำมันก็ต้องบวกเพิ่มอีกสัก 1-2 ชั่วโมง ซึ่งรวม ๆ แล้วก็ตกอยู่ที่ประมาณ 10 ชั่วโมงพอดี
เส้นทางที่ 1 สายตรงผ่านลำปาง (ถนนกว้าง ขับสบาย)
เส้นทางแรกที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้คือ กรุงเทพฯ – นครสวรรค์ – กำแพงเพชร – ตาก – ลามปาง – พะเยา ระยะทางประมาณ 830 กิโลเมตร ฟังดูไกลกว่าเส้นอื่นแต่ข้อดีที่ทำให้คนนิยมคือถนนเกือบทั้งเส้นเป็น 4 เลน สภาพผิวถนนดีไม่ค่อยมีทางแคบหรือโค้งหักศอกให้เครียด จุดเริ่มต้นคือใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) หรือจะตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ก็ได้ แล้วแต่ว่าออกตัวจากจุดไหนของกรุงเทพฯ พอผ่านอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท แล้ววิ่งต่อไปนครสวรรค์ จากนั้นก็เกาะถนนหมายเลข 1 ไปเรื่อย ๆ ผ่านกำแพงเพชร ตาก ลำปาง แล้วก็เข้าสู่ตัวเมืองพะเยา เส้นนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชำนาญทางเขา หรือขับรถครอบครัวที่ต้องการความปลอดภัยสูง
เส้นทางที่ 2 ผ่านพิษณุโลก-แพร่ (ทางลัดระยะสั้น)
เส้นทางที่สองคือ กรุงเทพฯ – นครสวรรค์ – พิษณุโลก – แพร่ – พะเยา ระยะทางประมาณ 780-804 กิโลเมตร ซึ่งสั้นกว่าเส้นแรกพอสมควร เส้นนี้จะแยกจากนครสวรรค์เข้าทางหลวงหมายเลข 117 มุ่งหน้าพิษณุโลก แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านอุตรดิตถ์ ร้องกวาง แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 103 บรรจบถนนพหลโยธินที่อำเภองาว ก่อนเข้าสู่พะเยา แม้ระยะทางจะสั้นกว่า แต่เส้นนี้มีจุดที่ต้องระวัง โดยเฉพาะช่วงร้องกวาง-งาว ที่ถนนบางช่วงเป็นสองเลนมีทางขึ้นเขาและโค้งค่อนข้างเยอะถ้าเจอรถบรรทุกวิ่งช้า ๆ อยู่ข้างหน้า การแซงก็อาจจะยากสักหน่อยต้องอาศัยความชำนาญและความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เส้นทางที่ 3 อ้อมผ่านเชียงใหม่ (สำหรับคนอยากแวะเที่ยว)
เส้นทางสุดท้ายคือกรุงเทพฯ – นครสวรรค์ – ลำปาง – เชียงใหม่ – เชียงราย – พะเยา ระยะทางประมาณ 900 กิโลเมตร เส้นนี้ไกลที่สุดแต่เหมาะสำหรับคนที่อยากแวะเที่ยวเชียงใหม่สักคืนก่อนไปต่อพะเยาหรือคนที่กลับจากเชียงรายแล้วอยากแวะพะเยาด้วย ถนนเส้นนี้จากลำปางไปเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูนแล้วจากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 ผ่านดอยสะเก็ด แม่ขะจาน เวียงป่าเป้า เข้าสู่เชียงราย จากนั้นก็ย้อนลงมาพะเยาอีกประมาณ 90 กิโลเมตร เส้นทางช่วงเชียงใหม่-เชียงรายเป็นถนนใหม่ที่ทำเสร็จแล้วสภาพดีมากวิ่งสบาย
ควรออกเดินทางตอนกี่โมงดี?
คำถามนี้สำคัญมากเพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง ถ้าคุณต้องการถึงพะเยาตอนบ่าย ๆ ก็ควรออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ตี 4 หรือ 5 โมงเช้าจะได้หลบรถติดช่วงเช้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ อีกทางเลือกหนึ่งที่คนชอบใช้กันคือออกเดินทางช่วงดึกประมาณ 4-5 ทุ่ม แล้วไปถึงพะเยาตอนเช้า วิธีนี้มีข้อดีคือ ถนนโล่ง รถน้อย อากาศเย็นสบาย แต่ข้อเสียก็คือต้องแน่ใจว่าคนขับพักผ่อนมาเพียงพอการง่วงหลับในขณะขับรถถือเป็นอันตรายอันดับต้น ๆ บนท้องถนน
จุดพักรถระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด
การขับรถทางไกล 8-10 ชั่วโมง ถ้าไม่แวะพักเลยร่างกายจะล้าสะสมจนอันตราย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนนแนะนำว่าควรหยุดพักทุก 2 ชั่วโมง หรือทุก 200 กิโลเมตร จุดพักรถที่น่าสนใจระหว่างเส้นทางมีอยู่หลายแห่ง เช่น ช่วงอยุธยา (Porto Go), ช่วงนครสวรรค์ (ปั๊ม ปตท./บางจาก), ช่วงพิษณุโลก (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ), และช่วงลำปาง ที่ถือเป็นจุดแวะสุดท้ายก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดพะเยา
ถึงพะเยาแล้วมีอะไรให้ทำ?
เมื่อขับรถมาไกลขนาดนี้ สิ่งที่รอคุณอยู่ที่ปลายทางคือเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ แต่อัดแน่นด้วยของดี สถานที่แรกที่ต้องไปเช็คอินคือ กว๊านพะเยา ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ วิวพระอาทิตย์ตกดินที่นี่สวยจนลืมความเหนื่อยจากการขับรถ นอกจากนี้ยังมี วัดติโลกอาราม วัดโบราณกลางน้ำ, วัดศรีโคมคำ, วัดพระธาตุจอมทอง และ วนอุทยานภูลังกา สำหรับสายรักธรรมชาติชมทะเลหมอกสุดอลังการ
ทางเลือกอื่นนอกจากขับรถเอง
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าการขับรถเองไกลเกินไป ก็ยังมีทางเลือกอื่นอีก รถทัวร์ปรับอากาศจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ไปพะเยามีให้บริการทุกวัน โดยสยามเฟิร์สทัวร์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมงครึ่ง ราคาตั๋วอยู่ที่ประมาณ 561-615 บาท ส่วนเรื่องเครื่องบิน ไม่มีสายการบินบินตรงไปพะเยา ต้องบินไปลงเชียงราย แล้วค่อยเช่ารถหรือนั่งรถโดยสารต่อไปอีกประมาณ 90 กิโลเมตร ก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากขับรถไกล
ส่งท้ายก่อนออกเดินทาง
การขับรถจากกรุงเทพฯ ไปพะเยาอาจฟังดูเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่สำหรับคนที่รักการขับรถทางไกล มันคือหนึ่งในทริปที่ให้ประสบการณ์คุ้มค่าทุกกิโลเมตร ตั้งแต่ทุ่งนาเขียวขจีในภาคกลาง ไปจนถึงเทือกเขาสลับซับซ้อนในภาคเหนือ แค่วิวสองข้างทางก็คุ้มค่าแล้ว ยิ่งไปถึงพะเยาแล้ว ได้นั่งชมพระอาทิตย์ตกที่กว๊านพะเยา รับรองว่าความเหนื่อยทั้งหมดจะหายไปในพริบตา