ขับรถจากกรุงเทพไปลำปาง กี่ชั่วโมง? คู่มือฉบับคนชอบขับรถทางไกล

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

ลำปาง เมืองเล็กกลางหุบเขาที่คนส่วนใหญ่แค่ “ผ่าน” แต่ไม่เคย “แวะ” จริงจัง ถ้าคุณกำลังวางแผนจะพาครอบครัวหรือเพื่อนขับรถลงใต้ไปเหนือสักครั้ง ลำปางคือจุดหมายที่ควรให้โอกาสตัวเองได้ไปสัมผัส เพราะที่นี่มีทั้งวัดเก่าแก่สถาปัตยกรรมล้านนา รถม้าที่ยังวิ่งอยู่บนถนนจริง ๆ และน้ำพุร้อนกลางป่าที่ทำให้ลืมชีวิตในเมืองได้ชั่วคราว

แต่ก่อนจะไปถึง ทุกคนต้องตอบคำถามเดียวกันก่อน “ขับรถจากกรุงเทพไปลำปาง กี่ชั่วโมง?” คำตอบสั้น ๆ คือ ประมาณ 7-8 ชั่วโมง ถ้าสภาพจราจรปกติและไม่แวะเยอะ แต่ถ้าจะตอบแบบละเอียดจริง ๆ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งบทความนี้จะพาไปดูทุกแง่มุมที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทาง

ระยะทางจริง ๆ เท่าไหร่กันแน่ ลำปาง

ระยะทางจริง ๆ เท่าไหร่กันแน่?

ระยะทางจากกรุงเทพถึงลำปางวัดเป็นเส้นตรงอยู่ที่ราว 516 กิโลเมตร แต่เราขับรถเป็นเส้นตรงไม่ได้ ระยะทางบนถนนจริงอยู่ที่ประมาณ 600-620 กิโลเมตร แล้วแต่จะเลือกใช้เส้นทางไหน ตัวเลขนี้อาจฟังดูเยอะ แต่ถ้าเทียบกับการขับรถไปเชียงใหม่ที่ราว 690-700 กิโลเมตร ลำปางใกล้กว่าอยู่ร่วมร้อยโล นั่นหมายความว่าถ้าเคยขับไปเชียงใหม่ได้สบาย ลำปางยิ่งง่ายกว่าเยอะ ที่สำคัญ ถนนสายหลักขึ้นเหนือทุกเส้นล้วนผ่านลำปางทั้งนั้น ไม่ว่าจะเลือกไปทางไหน ลำปางคือจุดกลางทางที่หนีไม่พ้น พูดง่าย ๆ ว่า ลำปางคือ “ห้องรับแขกของภาคเหนือ” ที่ทุกคนต้องผ่าน

สองเส้นทางยอดนิยมไปลำปาง

สองเส้นทางยอดนิยม เลือกแบบไหนดี?

การขับรถจากกรุงเทพไปลำปางมีเส้นทางหลัก 2 เส้นที่คนนิยมใช้กัน แต่ละเส้นมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ลองดูว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การขับของคุณ

เส้นที่ 1 — ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1)

เส้นนี้เป็นเส้นทางคลาสสิกที่คนขับขึ้นเหนือรู้จักดี เริ่มจากกรุงเทพวิ่งตรงขึ้นไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก แล้วเข้าสู่ลำปาง ระยะทางรวมประมาณ 600 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 7-8 ชั่วโมง ข้อดีของเส้นนี้คือถนนส่วนใหญ่เป็นทางตรงยาว ป้ายบอกทางชัดเจน มีจุดพักรถและปั๊มน้ำมันตลอดทาง เหมาะกับคนที่ไม่อยากคิดเยอะ แค่วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ ก็ถึง แต่ข้อเสียคือช่วงกำแพงเพชร-ตากจะเจอรถบรรทุกค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ต้องใจเย็นหน่อยตอนจะแซง

เส้นที่ 2 — สายเอเชีย + ทางหลวงหมายเลข 11

เส้นนี้จะใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ออกจากกรุงเทพ แล้วตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านพิษณุโลก อุตรดิตถ์ แล้วตรงเข้าลำปาง ระยะทางใกล้เคียงกันคือราว 600-620 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7.5-8.5 ชั่วโมง จุดเด่นของเส้นนี้คือวิวสวยกว่าเส้นพหลโยธินมาก โดยเฉพาะช่วงผ่านอุตรดิตถ์เข้าลำปาง จะเห็นทิวเขาสลับกับทุ่งนาเขียวขจี บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย แถมยังแวะเที่ยวพิษณุโลกไหว้พระพุทธชินราชได้ด้วย แต่ข้อเสียคือช่วงเข้าลำปางจะมีทางโค้งเขาพอสมควร คนที่ไม่ชินทางภูเขาต้องขับระวังกว่าปกติ

ปัจจัยที่ทำให้เวลาเดินทางเปลี่ยน

ปัจจัยที่ทำให้เวลาเดินทางเปลี่ยน

เวลา 7-8 ชั่วโมงที่บอกไว้คือเวลาในสภาพจราจรปกติ แต่ชีวิตจริงไม่ได้สวยงามขนาดนั้นเสมอไป มีหลายปัจจัยที่ทำให้เวลาเดินทางยืดออกหรือหดสั้นลงได้

ช่วงเวลาที่ออกเดินทาง มีผลมากที่สุด ถ้าออกจากกรุงเทพตั้งแต่ตี 4-5 จะหนีรถติดในเมืองได้เกือบหมด ถึงลำปางราว ๆ เที่ยงวัน แต่ถ้าออกสาย ๆ ช่วง 8-9 โมงเช้า แค่จะออกจากกรุงเทพก็อาจหมดไป 1-2 ชั่วโมงแล้ว

ช่วงเทศกาล ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง สงกรานต์ ปีใหม่ หรือวันหยุดยาว ถนนพหลโยธินช่วงนครสวรรค์กลายเป็นลานจอดรถยาวเหยียด เวลาเดินทางอาจยืดไปถึง 10-12 ชั่วโมงได้สบาย ๆ วันธรรมดาจะเร็วกว่าวันเสาร์-อาทิตย์พอสมควร

ความเร็วเฉลี่ย ก็สำคัญ ถ้าวิ่งเฉลี่ย 100-120 กม./ชม. ในช่วงทางตรง อาจถึงเร็วกว่า 7 ชั่วโมง แต่ถ้าขับแบบสบาย ๆ 80-90 กม./ชม. และแวะพักเป็นระยะ ก็ต้องบวกเวลาเพิ่มอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง

จุดพักรถที่ไม่ควรพลาด

จุดพักรถที่ไม่ควรพลาด

การขับทางไกล 600 กิโลเมตรโดยไม่หยุดพักเลยนั้นอันตราย ควรแวะพักทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อยืดเส้นยืดสาย เติมน้ำ เติมกาแฟ ให้ร่างกายได้ตื่นตัว จุดพักที่แนะนำตามเส้นทางมีดังนี้

จุดพักแรก — นครสวรรค์ อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 240 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราว 2.5-3 ชั่วโมง มีปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ ร้านอาหาร และร้านกาแฟให้เลือกเยอะ เป็นจุดพักที่สมบูรณ์แบบสำหรับมื้อเช้าหรือของว่าง

จุดพักที่สอง — ตาก ห่างจากนครสวรรค์อีกราว 200 กิโลเมตร ช่วงนี้ถนนเริ่มมีเนินเขาสลับ วิวเริ่มเปลี่ยนจากทุ่งราบเป็นภูเขา แวะที่นี่เติมน้ำมัน ยืดขาสักหน่อย แล้วค่อยบึ่งต่อไปอีกประมาณ 150-170 กิโลเมตรก็ถึงลำปาง

ถ้าใช้เส้นทางผ่านพิษณุโลก จุดพักจะเปลี่ยนเป็นที่พิษณุโลกแทน ซึ่งนอกจากพักผ่อนแล้ว ยังแวะไหว้พระได้ด้วย ถือว่าคุ้มเวลาที่เสียไป

เตรียมรถยังไงให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

เตรียมรถยังไงให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

ถนนขึ้นเหนือส่วนใหญ่เป็นทางราบ แต่ช่วงเข้าลำปางจะเริ่มมีทางขึ้นเขาบ้าง โดยเฉพาะถ้าใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 การเตรียมรถให้พร้อมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม สิ่งที่ควรเช็กก่อนออกเดินทาง ได้แก่ ลมยางทั้ง 4 เส้น (รวมยางอะไหล่ด้วย) ระดับน้ำมันเครื่องและน้ำหม้อน้ำ ผ้าเบรกว่ายังหนาเพียงพอหรือไม่ ใบปัดน้ำฝนทำงานปกติไหม และไฟหน้าไฟท้ายสว่างดีหรือเปล่า เรื่องพวกนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่พอเจอฝนตกหนักกลางทางหรือต้องขับกลางคืน มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แนะนำให้เติมน้ำมันเต็มถังก่อนออกจากกรุงเทพ แม้ระหว่างทางจะมีปั๊มน้ำมันเยอะแยะ แต่การมีน้ำมันเต็มถังตั้งแต่แรกช่วยลดความกังวลได้มาก

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

การขับรถไปลำปางไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมัน ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องคิดรวมด้วย ลองมาประมาณกันคร่าว ๆ

ค่าน้ำมันสำหรับรถเก๋งเครื่อง 1,500-2,000 ซีซี ไป-กลับ รวมประมาณ 1,200 กิโลเมตร คิดอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12-15 กม./ลิตร และราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ราว 35-38 บาท/ลิตร ค่าน้ำมันไป-กลับจะอยู่ที่ประมาณ 2,800-3,800 บาท

ค่าทางด่วนช่วงขาออกกรุงเทพอยู่ที่ราว 100-200 บาท ขึ้นอยู่กับจุดที่ขึ้นทางด่วน ค่าอาหารระหว่างทาง 2-3 มื้อ ประมาณ 500-1,000 บาท รวมแล้วค่าเดินทางขับรถไปลำปางเที่ยวเดียวตกอยู่ที่ราว 2,000-2,500 บาท ซึ่งถ้าไปกัน 3-4 คน หารค่าใช้จ่ายกันแล้วถูกกว่าตั๋วเครื่องบินหรือรถทัวร์แน่นอน

สรุป

ระยะทางจากกรุงเทพถึงลำปางบนถนนจริงอยู่ที่ราว 600 กิโลเมตร ใช้เวลาขับประมาณ 7-8 ชั่วโมงในสภาพจราจรปกติ มีเส้นทางหลักให้เลือก 2 เส้น คือสายพหลโยธินที่ขับง่ายทางตรง กับสายเอเชีย-ทางหลวง 11 ที่วิวสวยแต่มีโค้งเขา ควรออกเดินทางแต่เช้ามืด แวะพักทุก 2-3 ชั่วโมง เตรียมรถให้พร้อม และเตรียมค่าใช้จ่ายไว้ราว 2,000-2,500 บาทต่อเที่ยว

ลำปางอาจไม่ได้เป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเวลาคิดถึงเมืองท่องเที่ยวภาคเหนือ แต่ถ้าลองให้โอกาสตัวเองสักครั้ง จะพบว่าเสน่ห์ของเมืองนี้อยู่ที่ความเงียบสงบ วัดเก่า อาหารอร่อย และวิถีชีวิตที่เนิบช้ากว่าเมืองใหญ่ ขับรถไป 7-8 ชั่วโมงอาจฟังดูไกล แต่พอถึงแล้วจะรู้ว่าคุ้มค่าทุกกิโลเมตร

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด