ขับรถจากกรุงเทพไปลำพูน กี่ชั่วโมง? คู่มือฉบับคนชอบขับรถทางไกล

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

ทริปทางไกลสู่เมืองเงียบที่ใคร ๆ มักขับเลย ถ้าพูดถึงภาคเหนือ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเชียงใหม่ก่อนเสมอ แต่มีอีกเมืองหนึ่งที่เงียบกว่า เรียบกว่า และอบอุ่นกว่ามาก นั่นคือ “ลำพูน” เมืองเก่าริมน้ำปิงที่เต็มไปด้วยวัดโบราณ ชุมชนดั้งเดิม และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบเหมือนเมืองใหญ่

ก่อนจะไปสัมผัสบรรยากาศแบบเนิบเนิบสไตล์ลำพูน คำถามแรกที่ทุกคนต้องตอบให้ได้ก็คือ “ขับรถจากกรุงเทพไปลำพูน กี่ชั่วโมงกันแน่?” เพราะนี่จะเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง ทั้งเวลาออกเดินทาง จุดพัก และพลังงานของคนขับในแต่ละช่วงทาง

ระยะทางและเวลาเดินทางจริง ๆ กรุงเทพไปลำพูน

ระยะทางและเวลาเดินทางจริง ๆ

ถ้าวัดแบบเส้นตรงจากกรุงเทพถึงลำพูน ระยะทางจะอยู่ราว 560 กิโลเมตร แต่พอเป็นระยะทางวิ่งบนถนนจริง ตัวเลขจะขยับขึ้นมาประมาณ 660–670 กิโลเมตร แล้วแต่เส้นทางที่ใช้ จากข้อมูลหลายแหล่ง ระบุว่าระยะทางขับรถจริงอยู่ราว 661–666 กิโลเมตร และถ้าขับด้วยความเร็วเฉลี่ยบนทางไกลตามปกติ จะใช้เวลาประมาณ 8–9 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาจอดพักหรือเจอรถติด พูดง่าย ๆ ถ้าออกจากกรุงเทพเช้ามืดแบบคนจริงจัง เวลาสาย ๆ ถึงเที่ยงคุณก็พร้อมนั่งกินข้าวซอยหรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อริมน้ำปิงที่ลำพูนได้แล้ว

สองเส้นทางยอดนิยมไปลำพูน

เส้นทางหลักที่คนนิยมใช้

แม้จุดหมายจะคือ “ลำพูน” เหมือนกัน แต่เส้นทางที่ใช้จริง ๆ แทบจะเป็นชุดเดียวกับที่คนขับรถไปเชียงใหม่ต่างกันแค่ช่วงปลายทาง ดังนั้นการวางแผนจึงคล้ายทริปเชียงใหม่มาก

เส้นสายเอเชีย + ทางหลวงหมายเลข 11

เส้นนี้คือเส้นยอดนิยมสำหรับคนขับขึ้นเหนือยุคนี้ เพราะใช้ถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ขึ้นไปอย่างยาว แล้วค่อยตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านพิษณุโลก – อุตรดิตถ์ – ลำปาง ก่อนจะวกเข้าลำพูนหรือไปเชียงใหม่ต่อ

  • ระยะทางรวมประมาณ 660–700 กิโลเมตร (ขึ้นกับจุดขึ้น–ลงในกรุงเทพ)
  • เวลาเดินทางโดยเฉลี่ย 8–10 ชั่วโมง ถ้าขับเรื่อย ๆ มีแวะพักเป็นช่วง ๆ​

ข้อดีของเส้นนี้คือ ถนนดี ทางยาว วิวเริ่มสวยตั้งแต่โซนพิษณุโลกขึ้นไป แถมยังมีตัวเลือกที่พัก จุดแวะท่องเที่ยว และร้านอาหารระหว่างทางเยอะมาก เหมาะกับสายชิลล์ที่ไม่รีบจนเกินไป

เส้นพหลโยธินตรงขึ้นเหนือ

อีกเส้นหนึ่งที่หลายคนคุ้นเคยคือวิ่งตามถนนพหลโยธินขึ้นไปทางนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก แล้วอ้อมเข้าลำปาง ก่อนเลี้ยวเข้าลำพูน เส้นนี้มีความคลาสสิกแบบคนขึ้นเหนือรุ่นเก๋า ใช้ป้ายบอกทางเป็นหลักและอาศัยความคุ้นกับภูมิประเทศ ระยะทางและเวลาเดินทางจริงไม่ต่างจากสายเอเชียมากนัก แต่ข้อสังเกตคือรถบรรทุกจะค่อนข้างเยอะในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงกำแพงเพชร – ตาก และบางช่วงก่อนเข้าภาคเหนือที่เป็นทางสองเลนสวนกัน คนขับต้องใจเย็นและไม่ใจร้อนตอนแซง

แล้ว 8–9 ชั่วโมง มาจากอะไร

แล้ว “8–9 ชั่วโมง” มาจากอะไร?

ตัวเลข 8–9 ชั่วโมงเป็นค่าเฉลี่ยที่มาจาก 3 อย่างหลัก ๆ คือ

  • ระยะทางเฉลี่ย 660 กิโลเมตร
  • ความเร็วเฉลี่ยที่ขับกันจริงบนทางไกล เท่ากับประมาณ 80–100 กม./ชม. เมื่อหักเวลาชะลอ–แซง–ขึ้นเขา
  • การแวะพัก 2–3 ครั้ง ครั้งละ 15–30 นาที

ถ้าดูจากตารางคำนวณเวลาเดินทางตามความเร็วเฉลี่ย จะเห็นว่าถ้าขับเฉลี่ย 80 กม./ชม. จะใช้เวลาราว 8 ชั่วโมงกว่า ๆ ส่วนที่ 100 กม./ชม. จะย่นลงมาเหลือราว 6–7 ชั่วโมง “บนกระดาษ” แต่ในชีวิตจริง การต้องชะลอรถ แซงรถบรรทุก เข้าปั๊ม หรือเจอรถติดช่วงบางจุด ทำให้เวลาใช้งานจริงขยับกลับไปอยู่ที่โซน 8–9 ชั่วโมงอีกครั้ง

ปัจจัยที่ทำให้เวลาเดินทางยืด–หด

ปัจจัยที่ทำให้เวลาเดินทางยืด–หด

แม้จะมีตัวเลขกลาง ๆ ให้จับ แต่เวลาเดินทางจริงของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หลายอย่าง เช่น

  • เวลาออกจากกรุงเทพ – ถ้าออกก่อนฟ้าสาง มักหนีรถติดได้เยอะ แต่ถ้าออกสายหน่อย รถจะเริ่มหนาแน่นตั้งแต่ยังไม่พ้นกรุงเทพ
  • เทศกาลและวันหยุดยาว – ช่วงปีใหม่ สงกรานต์ หรือหยุดยาว รถขาขึ้นเหนือจะคับแน่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงนครสวรรค์และจุดเปลี่ยนแยกใหญ่ ทำให้เวลาเดินทางอาจยืดไปถึง 10–12 ชั่วโมงได้ไม่ยาก
  • สภาพอากาศ – ฝนตก หน้าหมอก หรือทัศนวิสัยต่ำ ทำให้ต้องลดความเร็ว และถ้าขึ้นเขาช่วงลำปาง – ลำพูน ก็ยิ่งต้องระมัดระวัง
  • สไตล์การขับ – สายลุยไม่ค่อยแวะ กับสายชิลล์จอดแทบทุกจุดชมวิว เวลาเดินทางย่อมไม่เท่ากัน

วางแผนจุดพักระหว่างทาง

วางแผนจุดพักระหว่างทาง

การขับทางไกลเกิน 600 กิโลเมตรแบบยาว ๆ โดยไม่พักเลยทั้งคนทั้งรถ ไม่ใช่เรื่องดีต่อความปลอดภัย ดังนั้นควรวางจุดพักไว้ในใจ 2–3 จุดล่วงหน้า เช่น

  • ช่วงแรก: แวะที่อยุธยา–สิงห์บุรี–ชัยนาท สำหรับคนที่ออกเช้ามาก อาจให้ที่นี่เป็นจุดเติมกาแฟ–อาหารเช้า
  • กลางทาง: นครสวรรค์ หรือพิษณุโลก เป็นจุดยอดฮิตในการพักยาว เติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ และยืดเส้น
  • ช่วงก่อนขึ้นเหนือจริง ๆ: อุตรดิตถ์ หรือ ลำปาง เป็นจุดรีเช็กสภาพรถก่อนเจอช่วงทางเขาและโค้งเยอะ

การกำหนดจุดพักไว้ตั้งแต่แรก ช่วยให้คนขับรู้สึกว่าทางไม่ไกลเกินไป แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ขับทีละสเต็ป ใจจะสบายมากขึ้นเยอะ

เตรียมตัวและเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

เตรียมตัวและเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

ทริปกรุงเทพ–ลำพูนไม่ได้ถึงขั้นโหดแบบเส้นเขาโค้งหักศอกยาว ๆ แต่ด้วยระยะทางระดับ 600 กิโลเมตรขึ้นไป การเตรียมความพร้อมทั้งคนทั้งรถเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่ควรเช็กก่อนออกเดินทาง ได้แก่

  • ลมยางและสภาพยาง (รวมยางอะไหล่)
  • น้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น และระบบระบายความร้อน
  • ผ้าเบรกและระบบเบรก
  • ระบบไฟหน้า–ท้าย และไฟตัดหมอก (เผื่อเจอหมอกช่วงเช้า–ค่ำ)

นอกจากนี้ควรเติมน้ำมันเต็มถังก่อนออกจากกรุงเทพ แม้บนทางจะมีปั๊มแทบตลอดสาย แต่การมีน้ำมันเต็มตั้งแต่เริ่มออกเดินทางช่วยให้ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเข็มน้ำมันตลอดเวลา

สรุป

ขับรถจากกรุงเทพไปลำพูน ระยะทางเฉลี่ยบนถนนจริงประมาณ 660–670 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 8–9 ชั่วโมงในสภาพจราจรปกติ ไม่รวมเวลาแวะพักระหว่างทาง

หากเลือกใช้ถนนสายเอเชียต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 รูทจะใกล้เคียงเส้นทางไปเชียงใหม่ เพียงแต่เลี้ยวเข้าลำพูนก่อน ทำให้โครงทริปและจุดพักคล้ายกัน คือออกเช้า แวะพัก 2–3 ครั้งที่นครสวรรค์–พิษณุโลก–ลำปาง แล้วจึงเข้าลำพูนในช่วงบ่ายหรือเย็น

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด