ขับรถจากกรุงเทพไปอุตรดิตถ์ กี่ชั่วโมง ไปเส้นทางไหนดี อัปเดตล่าสุด

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

ถ้าถามว่าเมืองไหนในภาคเหนือที่คนกรุงเทพมักมองข้าม แต่พอได้ไปสักครั้งก็หลงรักจนอยากกลับไปอีก คำตอบนั้นต้องยกให้ “อุตรดิตถ์” เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาริมลำน้ำน่าน เต็มไปด้วยเรื่องเล่าตำนานเมืองลับแล ทุเรียนพันธุ์หลงลับแลรสชาติเลิศ และธรรมชาติที่สวยสะกดใจตั้งแต่เขื่อนสิริกิติ์ไปจนถึงภูสอยดาว

หลายคนสงสัยว่าขับรถจากกรุงเทพไปอุตรดิตถ์ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ไปเส้นทางไหนถึงจะสะดวกที่สุด บทความนี้รวบรวมคำตอบไว้ให้ครบจบในที่เดียว ทั้งระยะทาง ระยะเวลา เส้นทางแนะนำ จุดพักรถ และทางเลือกอื่นสำหรับคนที่ไม่อยากขับเอง

ระยะทางและเวลา กรุงเทพไปอุตรดิตถ์

ระยะทางและเวลาที่ใช้โดยประมาณ

ระยะทางจากกรุงเทพถึงตัวเมืองอุตรดิตถ์อยู่ที่ประมาณ 475-491 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกใช้ ถ้าขับรถส่วนตัวโดยสภาพการจราจรปกติ ไม่ได้ติดหนักเป็นพิเศษ จะใช้เวลาราวๆ 5-6 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับรถทัวร์ VIP ของนครชัยแอร์ที่ระบุเวลาเดินทางไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง 25 นาที แต่อย่าลืมว่าตัวเลขนี้เป็นกรณีที่ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีอุบัติเหตุหรือก่อสร้างถนนระหว่างทาง ถ้าออกเดินทางช่วงเช้ามืดสักตี 5 หรือ 6 โมง จะมีข้อดีคือรถบนถนนยังบางตา โดยเฉพาะช่วงออกจากกรุงเทพผ่านรังสิตไปจนถึงอยุธยา ถนนโล่งขับสบาย คาดว่าจะถึงอุตรดิตถ์ราวๆ สาย 11 โมง ถึงเที่ยง พอดีกับเวลาแวะหาอะไรอร่อยๆ กินมื้อเที่ยงในตัวเมือง แต่ถ้าออกสายหน่อยหรือเจอช่วงเทศกาล อาจต้องบวกเวลาเพิ่มอีก 1-2 ชั่วโมงเลยทีเดียว

เส้นทางหลักที่แนะนำ กรุงเทพไปอุตรดิตถ์

เส้นทางหลักที่แนะนำ

การเดินทางจากกรุงเทพไปอุตรดิตถ์โดยรถยนต์มี 2 เส้นทางหลักให้เลือก แต่ละเส้นมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ลองพิจารณาดูว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การขับของตัวเอง

เส้นทางที่ 1 สายเอเชีย ผ่านนครสวรรค์-พิษณุโลก (แนะนำ)

เส้นทางนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดและเหมาะกับคนที่ชอบขับถนนกว้าง รถวิ่งสบาย เริ่มต้นจากกรุงเทพ ขึ้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้าไปทางรังสิต แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 หรือที่คนขับรถเรียกกันติดปากว่า “สายเอเชีย” ตัดตรงยาวผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ไปจนถึงชัยนาท จากนั้นเข้าสู่นครสวรรค์แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 117 มุ่งหน้าพิษณุโลก ก่อนจะวิ่งต่อทางหลวงหมายเลข 11 ตรงเข้าอุตรดิตถ์ ข้อดีของเส้นทางนี้คือถนนส่วนใหญ่เป็น 4-8 เลนจราจร ผิวถนนดี มีปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อตลอดเส้นทาง เหมาะกับคนที่ขับรถทางไกลไม่บ่อยหรือครอบครัวที่พาเด็กเล็กไปด้วย จะหาจุดแวะเข้าห้องน้ำหรือซื้อของกินง่าย ไม่ต้องกังวล

เส้นทางที่ 2 ผ่านอินทร์บุรี-ตากฟ้า-พิษณุโลก (ทางลัด)

อีกเส้นทางหนึ่งที่คนขับรถสายมือโปรนิยมใช้กันคือเส้นทางผ่านอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าผ่านอำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ แล้ววิ่งตรงยาวจนถึงพิษณุโลกเลย ระยะทางจะสั้นกว่าเส้นสายเอเชียประมาณ 15-20 กิโลเมตร แต่ข้อควรระวังของเส้นนี้คือบางช่วงจะเป็นถนน 2 เลนสวนทาง มีรถบรรทุกสิบล้อวิ่งเยอะ ปั๊มน้ำมันและร้านค้าอาจหาได้ไม่สะดวกเท่าเส้นแรก ใครจะใช้เส้นนี้แนะนำให้เติมน้ำมันเต็มถังตั้งแต่ช่วงสิงห์บุรี แล้วขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน เพราะถนนบางจุดอาจมีแสงสว่างไม่เพียงพอ

จุดแวะพักระหว่างทาง กรุงเทพไปอุตรดิตถ์

จุดแวะพักระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด

ขับรถทางไกล 5-6 ชั่วโมง ยังไงก็ต้องหาจุดพักยืดแข้งยืดขากันบ้าง ไม่งั้นทั้งเมื่อยทั้งง่วง อันตราย จุดพักที่แนะนำตามเส้นทางสายเอเชียมีอยู่หลายจุดที่น่าแวะ จุดแรกที่หลายคนนิยมแวะคือบริเวณอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 130-140 กิโลเมตร ขับมาได้ราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง แถวนี้มีปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่งที่มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร และห้องน้ำสะอาดให้บริการ จุดที่สองแนะนำให้แวะพักที่นครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางทางพอดี ระยะทางจากกรุงเทพมาถึงตรงนี้ราวๆ 230-250 กิโลเมตร ลงมาเดินเล่นซื้อของกิน เติมน้ำมัน ก่อนจะลุยต่อช่วงหลังที่จะเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 117 มุ่งหน้าพิษณุโลก จุดสุดท้ายก่อนถึงอุตรดิตถ์ แวะได้ที่พิษณุโลก อีกสัก 60-70 กิโลเมตรก็ถึงอุตรดิตถ์แล้ว แต่ถ้ายังไม่เหนื่อยก็ลุยต่อรวดเดียวได้เลย เพราะช่วงพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ถนนสวยขับสบายมาก

เคล็ดลับขับรถทางไกลให้ปลอดภัย

ก่อนออกเดินทาง อย่าลืมเช็กสภาพรถให้เรียบร้อย โดยเฉพาะยาง น้ำมันเครื่อง ผ้าเบรก และน้ำหล่อเย็น เพราะเส้นทางกรุงเทพ-อุตรดิตถ์เกือบ 500 กิโลเมตรไม่ใช่ระยะสั้นๆ อะไรพังระหว่างทางอาจเสียทั้งเวลาและอารมณ์ เรื่องความเร็วต้องย้ำกันหน่อย ถนนสายเอเชียช่วงหลังอยุธยาขึ้นไปถนนโล่งมาก หลายคนเผลอเหยียบมิดจนลืมตัว แต่ระวังกล้องจับความเร็วที่แอบซ่อนอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะแถวสิงห์บุรีขาออกจากกรุงเทพ ขับ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพอดีๆ ทั้งปลอดภัยทั้งประหยัดน้ำมัน สำหรับคนที่วางแผนขับกลางคืน แนะนำเส้นสายเอเชียมากกว่าเส้นตากฟ้า เพราะถนนกว้างกว่า มีแสงไฟมากกว่า แถมหาจุดแวะพักได้ง่ายกว่าหากรู้สึกง่วง ข้อควรระวังอีกอย่างคือช่วงฤดูฝนเส้นทางบางจุดอาจมีน้ำท่วมขังบ้าง โดยเฉพาะแถวนครสวรรค์และพิษณุโลก ให้ติดตามข่าวสารก่อนออกเดินทาง

ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม

เรื่องค่าน้ำมันเป็นสิ่งที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจว่าจะขับรถไปเองหรือนั่งรถทัวร์ดี ถ้าใช้รถยนต์เครื่องเบนซินอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 13-15 กิโลเมตรต่อลิตร ระยะทางไป-กลับรวมเกือบ 1,000 กิโลเมตร ค่าน้ำมันจะตกราวๆ 2,500-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในช่วงนั้นและสไตล์การขับ รถดีเซลหรือไฮบริดจะประหยัดกว่าอีกหน่อย นอกจากค่าน้ำมัน ค่าทางด่วนช่วงออกจากกรุงเทพอาจมีบ้างไม่กี่สิบถึงร้อยบาท และค่าของกินระหว่างทางอีกนิดหน่อย รวมๆ แล้วค่าใช้จ่ายในการขับรถไปอุตรดิตถ์เที่ยวเดียวอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 บาท ถ้าไปกัน 2-3 คนก็หารกันได้ ถูกกว่าค่าตั๋วรถทัวร์คนละ 400-473 บาทเสียอีก

ไม่อยากขับเอง มีทางเลือกอะไรบ้าง

สำหรับคนที่ไม่อยากขับรถเอง หรือไปคนเดียวรู้สึกว่านั่งรถสาธารณะสะดวกกว่า ก็มีทางเลือกให้เลือกหลายแบบ

รถทัวร์ เส้นทางกรุงเทพ-อุตรดิตถ์มีรถทัวร์ให้บริการหลายเจ้า เจ้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือนครชัยแอร์ (NCA) รถ Gold Class VIP 31 ที่นั่ง มีเที่ยวรถทั้งกลางวันและกลางคืน ค่าโดยสาร 473 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 25 นาที ขึ้นรถได้ที่สถานีเดินรถนครชัยแอร์ สถานีขนส่งหมอชิต หรือนครชัยแอร์รังสิต นอกจากนี้ยังมีบขส. ที่กลับมาเปิดเส้นทางกรุงเทพ-อุตรดิตถ์อีกครั้งตั้งแต่ต้นปี 2568 หลังจากหยุดให้บริการไปช่วงโควิด โดยมีทั้งเส้นทางตรง (สายที่ 912) ระยะทาง 475 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 405 บาท ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง และเส้นทางอ้อมผ่านกำแพงเพชร-สุโขทัย (สายที่ 100) ระยะทาง 546 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 461 บาท ใช้เวลาราว 10 ชั่วโมง

รถไฟ คนที่ชอบการเดินทางแบบชิลๆ ชมวิว จะเลือกนั่งรถไฟก็ได้ มีขบวนรถไฟออกจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปยังสถานีอุตรดิตถ์ทุกวัน ระยะทางทางรถไฟประมาณ 433-485 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขบวน ขบวนที่เร็วที่สุดคือขบวนพิเศษหมายเลข 7 ออกจากกรุงเทพเวลา 07:30 น. ถึงอุตรดิตถ์ราว 12:59 น. ใช้เวลาแค่ 5 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 188-429 บาท

ถึงอุตรดิตถ์แล้ว ไปเที่ยวไหนดี

ถึงอุตรดิตถ์แล้ว ไปเที่ยวไหนดี

เมื่อขับรถมาถึงอุตรดิตถ์แล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะเมืองนี้มีของดีซ่อนอยู่เยอะกว่าที่คิด เขื่อนสิริกิติ์ เป็นไฮไลต์ที่ต้องไป เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ประมาณ 50 กิโลเมตร มีจุดชมวิวสันเขื่อน สวนสุมาลัย วังมัจฉา และร้านอาหารริมเขื่อนให้นั่งกินลมชมวิว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว สวรรค์ของสายเดินป่า ยอดเขาสูงกว่า 2,102 เมตรจากระดับน้ำทะเล ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน จะมีทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงบานสะพรั่งงดงามมาก เมืองลับแล แลนด์มาร์คยอดฮิตที่ใครมาอุตรดิตถ์ต้องแวะถ่ายรูปกับซุ้มประตูเมือง และยังมีวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ปูชนียวัตถุคู่เมืองอุตรดิตถ์ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษแห่งกรุงธนบุรี น้ำตกแม่พูล และวนอุทยานต้นสักใหญ่ ให้เที่ยวกันแบบจุใจ อย่าลืมหาทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแลมาลองชิมด้วย รสชาติเนื้อแน่นหวานมัน ถือเป็นของดีขึ้นชื่อที่หากินได้เฉพาะที่นี่

สรุปสั้นๆ ก่อนออกเดินทาง

ขับรถจากกรุงเทพไปอุตรดิตถ์ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระยะทางราว 475-490 กิโลเมตร เส้นทางที่แนะนำสำหรับคนทั่วไปคือสายเอเชีย (ทางหลวง 32) ผ่านนครสวรรค์ แล้วต่อทางหลวง 117 และ 11 เข้าอุตรดิตถ์ ถนนกว้าง ขับง่าย ปลอดภัย ส่วนคนที่ต้องการประหยัดเวลาและมีประสบการณ์ขับรถทางไกล จะเลือกเส้นอินทร์บุรี-ตากฟ้า ก็ช่วยตัดระยะทางได้อีกนิดหน่อย

เตรียมรถให้พร้อม วางแผนจุดพักให้ดี ออกเดินทางเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด แค่นี้ก็พร้อมลุยไปสัมผัสเสน่ห์เมืองลับแลได้อย่างราบรื่นแล้ว

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด