ขับรถจากกรุงเทพไปอุทัยธานี กี่ชั่วโมง? เส้นทาง เคล็ดลับ และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทาง

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

ถ้าจะบอกว่าอุทัยธานีคือจังหวัดที่ “ใกล้กว่าที่คิด แต่ลึกกว่าที่เห็น” คงไม่เกินจริงสักนิด เพราะหลายคนที่เคยขับรถไปเองต่างบอกตรงกันว่า พอถึงแล้วแทบอยากไม่กลับ วันนี้เราจะพาคุณวางแผนการเดินทางจากกรุงเทพไปอุทัยธานีอย่างละเอียด ตั้งแต่ระยะทาง เวลาที่ใช้ เส้นทางที่ดีที่สุด ไปจนถึงเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่คนขับรถประจำเขาไม่ค่อยบอกกัน

อุทัยธานี ใช้เวลาเท่าไหร่

กรุงเทพ–อุทัยธานี ใช้เวลาเท่าไหร่กันแน่?

คำถามนี้ดูเหมือนตอบง่าย แต่จริงๆ แล้วมีตัวแปรซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด เพราะระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงตัวเมืองอุทัยธานีนั้นแตกต่างกันไปตามเส้นทางที่เลือก โดยเส้นทางสั้นที่สุดคือประมาณ 222 กิโลเมตร ผ่านถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32) และเส้นทางยาวที่สุดผ่านถนนพหลโยธินอาจยืดออกไปถึง 305 กิโลเมตร

สำหรับเวลาเดินทางโดยเฉลี่ยถ้าสภาพการจราจรไหลลื่น ใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง แต่ถ้าออกเดินทางในช่วงเช้าวันหยุดยาวหรือเทศกาล ตัวเลขนั้นอาจพุ่งขึ้นไปถึง 4–5 ชั่วโมงได้สบายๆ โดยไม่ทันรู้ตัว เพราะด่านคอขวดหลักมักอยู่ที่อยุธยาและสิงห์บุรีซึ่งรถมักติดเป็นระยะ

เส้นทางหลักที่นักเดินทางนิยมใช้

3 เส้นทางหลักที่นักเดินทางนิยมใช้

เส้นทางที่ 1 — ถนนสายเอเชีย (ทางหลวง 32) เส้นที่ไวที่สุด

เส้นนี้ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนขับรถจากกรุงเทพฯ เพราะถนนกว้าง 4 เลน ไม่มีสัญญาณไฟบ่อย และวิ่งได้ต่อเนื่อง เริ่มจากกรุงเทพฯ ใช้ทางด่วนออกมาสู่ถนนสายเอเชีย ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 206 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 333 ข้ามสะพานแม่น้ำเจ้าพระยาอีกประมาณ 16 กิโลเมตร แล้วก็จะเข้าสู่ตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 2.5–3 ชั่วโมง

เส้นทางนี้มีข้อดีตรงที่ถนนตรง ขับได้สะดวก แต่ข้อเสียคือในวันหยุดช่วงเช้า รถจากกรุงเทพฯ มักเบียดกันที่ทางขึ้นถนนสายเอเชียก่อนออกนอกเมือง ควรออกก่อนตีห้าครึ่งหรือหลังเก้าโมงเช้าจะดีที่สุด

เส้นทางที่ 2 — ถนนพหลโยธิน เส้นคลาสสิกสำหรับคนชอบวิวสองข้างทาง

เส้นทางนี้ยาวกว่าแต่บรรยากาศสองข้างทางดีกว่ามาก เริ่มจากพหลโยธินวิ่งขึ้นเหนือผ่านสระบุรี ลพบุรี โคกสำโรง นครสวรรค์ จนถึงอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท จากนั้นข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาโดยลงแพขนานยนต์ที่อำเภอมโนรมย์ แล้วเข้าสู่วัดท่าซุงและตัวเมืองอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 305 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง

ใครที่ไม่รีบสามารถแวะเติมพลังงานและกินข้าวเช้าที่ลพบุรีได้ เพราะร้านอาหารเปิดเช้าตลอดทั้งปีและบรรยากาศตัวเมืองลพบุรีก็ไม่เหมือนที่ไหน

เส้นทางที่ 3 — ผ่านอยุธยา–อ่างทอง–สรรพยา (ทางหลวง 334, 311, 3183)

เส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงเช้าวันหยุด เพราะเป็นเส้นย่อยที่วนเวียนผ่านชุมชนเล็กๆ หลายแห่ง ระยะทางรวมประมาณ 283 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3.5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับการจราจรในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่คุ้นเส้นแนะนำให้ตั้ง GPS ไว้ตลอดการเดินทางเพื่อป้องกันการหลง

ขับรถไปอุทัยธานีครั้งแรก

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ที่ขับรถไปอุทัยธานีครั้งแรก

ก่อนออกเดินทางมีสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมมากกว่าแค่เติมน้ำมัน เพราะถนนบางช่วงในอุทัยธานีโดยเฉพาะเส้นเข้าอำเภอบ้านไร่และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นถนนสองเลนแคบๆ ที่ต้องชะลอบ่อยครั้ง ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าจึงสำคัญมาก

  • ออกเดินทางให้ถูกเวลา — ถ้าออกจากกรุงเทพฯ ในวันศุกร์ตอนเย็น ให้คาดหมายว่าจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง ทางที่ดีคือออกตั้งแต่ตีสี่หรือห้าโมงเช้า จะถึงอุทัยธานีก่อนเที่ยงและยังมีเวลาเที่ยวในตอนกลางวันได้เต็มที่
  • ระวังจุดเสี่ยงรถติด — บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำในชัยนาทและทางเข้าตัวเมืองอุทัยธานีเองมักมีรถสวนกันในช่วงเช้า ควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะถนนบางช่วงไม่มีไหล่ทาง
  • น้ำมันควรเติมให้เต็มถังที่ชัยนาท — เพราะเส้นทางหลังจากนั้นเข้าสู่พื้นที่ชนบทที่ปั๊มน้ำมันอาจไม่ได้หนาแน่นเหมือนในเมือง โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนต่อยอดไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งหรืออำเภอบ้านไร่
  • ดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ เพราะบางพื้นที่ในอุทัยธานีสัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อนแอ Google Maps Offline หรือ Maps.me ช่วยได้มาก
  • เตรียมเงินสด เพราะร้านอาหารและที่พักในชนบทหลายแห่งยังไม่รับบัตรเครดิต

ถึงแล้วไปที่ไหนได้บ้าง

ถึงแล้วไปที่ไหนได้บ้าง?

อุทัยธานีเป็นจังหวัดที่เล็กแต่แน่นไปด้วยของดี หลายคนมาครั้งแรกแล้วก็ต้องกลับมาอีกครั้งเพราะสิ่งที่ยังไม่ได้เห็นมีมากกว่าที่เห็นเสมอ

วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) คือจุดแรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่พลาด วิหารแก้ว 100 เมตรที่ประดับด้วยกระจกวาวทั้งหลังถือเป็นภาพที่แตกต่างจากวัดทั่วไปในไทยอย่างสิ้นเชิง นอกจากความงามทางสถาปัตยกรรมแล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศความศรัทธาที่สัมผัสได้จริง

หุบป่าตาด เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้หลายคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อก้าวเข้าไปครั้งแรก ป่าดึกดำบรรพ์อายุกว่า 245 ล้านปีที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาหินปูน อากาศเย็นชื้น ต้นตาดสูงใหญ่ปกคลุมจนแสงแดดแทบไม่ส่องถึง บรรยากาศภายในช่างแตกต่างจากสภาพอากาศร้อนอบอ้าวข้างนอกราวกับคนละโลก

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทยที่ยูเนสโกรับรอง เป็นบ้านของสัตว์ป่าหายากกว่า 750 ชนิด นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติบนเส้นทางที่กำหนดไว้ แต่ต้องติดต่อขอเข้าล่วงหน้าเพราะพื้นที่นี้มีการจำกัดจำนวนผู้เยี่ยมชมอย่างเคร่งครัด

ล่องเรือชมวิถีชีวิตแม่น้ำสะแกกรัง เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือน เรือนแพไม้เก่าแก่กว่า 165 หลังคาเรือนตั้งเรียงรายสองฝั่งแม่น้ำ วิถีชีวิตช้าๆ ของชาวแพยังคงดำเนินไปเหมือนเดิมแม้โลกข้างนอกจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ตาม

ถ้ำพุหวาย ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ภายในมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาและค้างคาวถึง 9 สายพันธุ์ เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติแบบลึกลับและไม่เหมือนใคร

ก่อนออกจากบ้าน

ก่อนออกจากบ้าน เตรียมอะไรบ้าง?

  • ตรวจสอบสภาพรถ โดยเฉพาะลมยาง น้ำมันเครื่อง และไฟหน้า ก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 1 วัน
  • ดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ เพราะบางพื้นที่ในอุทัยธานีสัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อนแอ
  • เตรียมเงินสด เพราะร้านอาหารและที่พักในชนบทหลายแห่งยังไม่รับบัตรเครดิต
  • ยาประจำตัวและยาแก้เมารถ โดยเฉพาะถ้าพาเด็กหรือผู้สูงอายุไปด้วย เพราะถนนบางช่วงโค้งหักศอก
  • กล้องหรือโทรศัพท์ที่ชาร์จเต็ม เพราะวิวระหว่างทางและในตัวเมืองอุทัยธานีสวยเกินกว่าจะปล่อยผ่าน

อุทัยธานีไม่ใช่จังหวัดที่ดังที่สุดในแผนที่ท่องเที่ยวไทย แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่แท้จริงของมัน ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 250 กิโลเมตรในเส้นทางที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงในวันธรรมดาที่รถไม่ติด แต่สิ่งที่รอคุณอยู่ที่ปลายทางนั้นมีมากกว่าที่ระยะทางจะบอกได้ ไม่ว่าคุณจะขับรถมาคนเดียว พามาครอบครัว หรือมากับเพื่อนสนิทสักกลุ่ม อุทัยธานีมีบางอย่างที่พร้อมมอบให้ทุกคนที่ใจเปิดกว้างพอที่จะขับรถออกจากกรุงเทพฯ แล้วลองหยุดนิ่งสักครั้ง

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด