ขับรถจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอน กี่ชั่วโมง? รวมเส้นทางและเคล็ดลับก่อนออกเดินทาง

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

ถ้าพูดถึงจังหวัดที่เดินทางยากที่สุดในประเทศไทย ชื่อของ “แม่ฮ่องสอน” ต้องติดโผเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อน บวกกับโค้งที่นับรวมกันแล้วเกือบสี่พันโค้ง ทำให้ทุกครั้งที่มีคนคิดจะขับรถจากกรุงเทพขึ้นไปเยือนดินแดนสามหมอกแห่งนี้ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเกือบทุกคนก็คือ “ขับรถไปกี่ชั่วโมงกันแน่?”

คำตอบสั้น ๆ คือ ประมาณ 12-15 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก สภาพการจราจร และจำนวนครั้งที่แวะพักระหว่างทาง แต่ถ้าอยากรู้ลึกกว่านั้น อยากรู้ว่าไปเส้นไหนดี เตรียมตัวยังไง แวะพักตรงไหนได้บ้าง ก็ต้องอ่านกันต่อ เพราะบทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนหมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าสู่แม่ฮ่องสอน

ระยะทางจากกรุงเทพถึงแม่ฮ่องสอน

ระยะทางจากกรุงเทพถึงแม่ฮ่องสอนไกลแค่ไหน?

ระยะทางจากกรุงเทพมหานครถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ประมาณ 850-920 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเข้าทางเชียงใหม่ก่อนแล้วต่อไปแม่ฮ่องสอน หรือจะตัดลงไปทางตากแล้วเข้าแม่สอดขึ้นมาทางแม่สะเรียง ตัวเลขจึงไม่ตายตัว ถ้าเทียบกับขับรถจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ที่ระยะทางราว 690-700 กิโลเมตร ใช้เวลาขับ 9-10 ชั่วโมง การไปแม่ฮ่องสอนก็เหมือนเอาทริปนั้นมาบวกอีก 245-350 กิโลเมตร แถมเป็นทางขึ้นเขาโค้งหักศอกอีกต่างหาก ดังนั้นอย่าคิดว่า “แค่ต่อจากเชียงใหม่อีกนิดเดียว” เพราะ “นิดเดียว” ตรงนี้กินเวลาอีกตั้ง 5-8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

3 เส้นทางหลักที่นิยมใช้ขับรถจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอน

3 เส้นทางหลักที่นิยมใช้ขับรถจากกรุงเทพไปแม่ฮ่องสอน

หลายคนอาจคิดว่ามีเส้นทางเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีอย่างน้อย 3 เส้นทางหลักที่คนนิยมใช้กัน แต่ละเส้นมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน เลือกให้เหมาะกับสไตล์การขับของตัวเองจะดีที่สุด

เส้นทางที่ 1: กรุงเทพ – เชียงใหม่ – ทางหลวง 1095 ผ่านปาย

เส้นนี้ถือว่าเป็นเส้นยอดนิยมมากที่สุด ระยะทางรวมอยู่ที่ประมาณ 905-920 กิโลเมตร แบ่งเป็นช่วงกรุงเทพถึงเชียงใหม่ราว 700 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวง 1095 จากเชียงใหม่ผ่านอำเภอปายไปแม่ฮ่องสอนอีกราว 245 กิโลเมตร ช่วงแรกกรุงเทพถึงเชียงใหม่ใช้เวลา 9-10 ชั่วโมง ส่วนช่วงเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอนใช้เวลาอีก 5-6 ชั่วโมง รวมแล้วเบ็ดเสร็จ 14-16 ชั่วโมง จุดเด่นของเส้นทางนี้คือได้แวะอำเภอปาย ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิต มีที่พัก ร้านอาหาร และปั๊มน้ำมันครบครัน หลายคนจึงเลือกนอนค้างที่ปายสักคืนก่อนเดินทางต่อไปแม่ฮ่องสอน ข้อแลกเปลี่ยนคือทางหลวง 1095 ขึ้นชื่อเรื่องโค้งที่นับได้ 2,224 โค้ง ทางชันและหักศอกค่อนข้างเยอะ ต้องมีทักษะขับรถขึ้นเขาพอตัว

เส้นทางที่ 2: กรุงเทพ – เชียงใหม่ – ทางหลวง 108 ผ่านแม่สะเรียง

ระยะทางรวมราว 1,000-1,050 กิโลเมตร ไกลกว่าเส้นแรกอยู่พอสมควร ช่วงกรุงเทพถึงเชียงใหม่เหมือนเดิม แต่จากเชียงใหม่จะเลี้ยวลงไปทางอำเภอฮอด ผ่านอำเภอแม่สะเรียง แล้ววกกลับขึ้นไปแม่ฮ่องสอน ระยะทางช่วงเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอนราว 350 กิโลเมตร ใช้เวลา 7-8 ชั่วโมง แม้จะไกลกว่า แต่เส้นนี้กลับเป็นที่รู้จักในหมู่คนที่เรียกตัวเองว่า “สายชิล” เพราะถนนกว้างกว่า โค้งไม่หักศอกเท่าสาย 1095 เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มั่นใจการขับขึ้นเขา ระหว่างทางจะได้แวะออบหลวง สวนสนบ่อแก้ว และตัวอำเภอแม่สะเรียงที่เป็นเมืองใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

เส้นทางที่ 3: กรุงเทพ – ตาก – แม่สอด – ทางหลวง 105 – แม่สะเรียง – แม่ฮ่องสอน

เส้นนี้เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ต้องผ่านเชียงใหม่เลย ระยะทางรวมราว 860-880 กิโลเมตร จากกรุงเทพวิ่งขึ้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปตาก แล้วเลี้ยวเข้าแม่สอด จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ลัดเลาะตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านอำเภอท่าสองยาง อำเภอสบเมย ก่อนไปถึงแม่สะเรียง แล้วต่อขึ้นไปตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เส้นทางนี้มีเสน่ห์ตรงที่ได้วิวป่าเขาร่มรื่นตลอดสองข้างทาง ถนนดี ลาดยาง รถน้อย อากาศเย็นสบาย แต่ข้อควรระวังคือบางช่วงค่อนข้างเปลี่ยว ปั๊มน้ำมันห่างกันมาก สัญญาณโทรศัพท์หายเป็นช่วง ๆ ต้องเตรียมพร้อมเรื่องน้ำมันและอาหารน้ำดื่มให้ดี

ทำไมไม่ควรขับรวดเดียวจบในวันเดียว

ทำไมไม่ควรขับรวดเดียวจบในวันเดียว?

หลายคนพอเห็นตัวเลข 13-18 ชั่วโมง ก็อาจคิดว่า “ออกตีสี่ ถึงสองทุ่ม น่าจะไหว” แต่ขอบอกตรง ๆ ว่าอย่าทำ ด้วยเหตุผลหลายข้อ ข้อแรก ช่วง 700 กิโลเมตรแรกจากกรุงเทพถึงเชียงใหม่เป็นทางราบ ขับต่อเนื่องได้เร็ว แต่พอเข้าช่วงเขาแล้วทุกอย่างเปลี่ยน ร่างกายเริ่มล้า สมาธิลดลง แต่ทางกลับยากขึ้น โค้งถี่ขึ้น ชันขึ้น การขับรถขึ้นเขาตอนร่างกายเหนื่อยเป็นเรื่องอันตราย ข้อสอง ทั้งทางหลวง 1095 และ 108 ไม่มีไฟส่องสว่างตลอดทาง พอมืดค่ำลงทัศนวิสัยแย่มาก โค้งเยอะ สัตว์ข้ามถนนบ่อย ขับกลางคืนมีความเสี่ยงสูง นักเดินทางรุ่นเก๋าแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่าควรถึงที่พักก่อนหกโมงเย็น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือแบ่งการเดินทางเป็น 2 วัน วันแรกขับจากกรุงเทพไปนอนที่เชียงใหม่ ตาก หรือแม่สะเรียง แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยขับต่อไปแม่ฮ่องสอน หรือถ้าเลือกเส้นผ่านปาย ก็แวะนอนที่ปายสักคืน ได้ทั้งพักผ่อนและได้เที่ยวปายด้วย

เตรียมรถยังไงก่อนออกเดินทาง

เตรียมรถยังไงก่อนออกเดินทาง?

การขับรถไปแม่ฮ่องสอนไม่เหมือนขับไปหัวหินหรือพัทยา ที่ทางส่วนใหญ่เป็นทางราบเรียบ ช่วงเขาของแม่ฮ่องสอนเป็นเรื่องจริงจัง ต้องเตรียมรถให้พร้อม สิ่งแรกที่ต้องเช็คคือ “ระบบเบรก” เพราะการลงเขาโค้งติดต่อกันหลายสิบกิโลเมตร เบรกทำงานหนักมาก ถ้าผ้าเบรกใกล้หมดหรือน้ำมันเบรกเก่า ก็อาจเกิดอาการเบรกไหม้ได้ ซึ่งอันตรายถึงชีวิต ลมยางก็ต้องเช็คให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่าตึงเกินอย่าอ่อนเกิน เพราะยางคือสิ่งเดียวที่ยึดรถกับพื้นถนน นอกจากนี้ ถ้าขับรถเกียร์อัตโนมัติ ควรเรียนรู้วิธีใช้เกียร์ L หรือ S เพื่อช่วยเบรกด้วยเครื่องยนต์ตอนลงเขา อย่าเหยียบเบรกแช่ตลอดทาง เพราะจะทำให้เบรกร้อนจัดจนหมดประสิทธิภาพ สิ่งนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่คนขับทุกคนควรรู้ก่อนเข้าเส้นทางภูเขา เรื่องน้ำมันก็สำคัญ เติมให้เต็มถังที่เชียงใหม่หรือตัวเมืองใหญ่ก่อนเข้าเขตเขา ปั๊มน้ำมันบนเส้นทางภูเขามีน้อยและห่างกันมาก ถ้าไปเส้น 108 ปั๊มใหญ่สุดท้ายอยู่ที่ฮอดหรือแม่สะเรียง ถ้าเส้น 1095 มีปั๊มก่อนถึงปายและในตัวปาย

จุดแวะระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด

จุดแวะระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด

ถ้าเลือกเส้น 1095 ผ่านปาย จุดที่น่าแวะคืออุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามมาก อยู่ระหว่างทางก่อนถึงปาย พอถึงปายก็มีให้เดินเล่นทั้งวัน ถนนคนเดิน สะพานประวัติศาสตร์ปาย ปายแคนยอน เรียกว่าแค่ “ระหว่างทาง” ก็เที่ยวได้เป็นวันแล้ว ส่วนเส้น 108 ผ่านแม่สะเรียง อย่าพลาดแวะออบหลวง ช่องเขาขาดที่น่าทึ่ง จอดรถแวะยืดเส้นยืดสายได้ง่าย ไปต่ออีกหน่อยจะเจอสวนสนบ่อแก้ว ที่คนเรียกกันว่า “นามิเมืองไทย” ถ่ายรูปสวย บรรยากาศดี มีห้องน้ำสะอาดให้บริการ แล้วก็ตัวอำเภอแม่สะเรียงที่เป็นจุดพักครึ่งทางชั้นเยี่ยม มีปั๊ม ปตท. มีเซเว่น มีร้านข้าวแกงอร่อย ๆ ให้เลือกกินเพียบ

พอถึงแม่ฮ่องสอนแล้วต้องไปไหนบ้าง

พอถึงแม่ฮ่องสอนแล้วต้องไปไหนบ้าง?

เมื่อฝ่าฟันการเดินทางอันยาวนานจนถึงแม่ฮ่องสอนแล้ว สิ่งที่รอต้อนรับอยู่ก็คุ้มค่ากับทุกกิโลเมตรที่ขับมา แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่ได้รับสมญานามว่า “เมืองสามหมอก” เพราะมีหมอกปกคลุมเกือบตลอดทั้งปี ธรรมชาติงดงาม อากาศเย็นสบาย สถานที่ที่ต้องไปเช็กอินคือปางอุ๋ง ทะเลสาบกลางหุบเขาที่ยามเช้าจะมีหมอกบาง ๆ ลอยเหนือผิวน้ำ สวยจนหลายคนเรียกว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” อีกที่คือหมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านสไตล์จีนยูนนานที่อยู่บนดอยสูง มีชาดี ๆ ให้จิบ มีขาหมูหมั่นโถวให้ลิ้มรส แล้วก็วัดพระธาตุดอยกองมู วัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองที่ตั้งอยู่บนยอดดอย มองลงมาเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองทั้งหมด ถ้ามาในช่วงเดือนพฤศจิกายน อย่าพลาดทุ่งดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม ดอกไม้สีเหลืองบานสะพรั่งกว่า 500 ไร่ ปีละครั้งเท่านั้น เป็นภาพที่เห็นแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนถึงยอมขับรถข้ามภูเขามาไกลขนาดนี้

เคล็ดลับส่งท้ายสำหรับคนที่ตัดสินใจจะไป

อย่ารีบ ทริปแม่ฮ่องสอนไม่ใช่ทริปเร่งรีบ ตั้งใจให้เป็นการเดินทางที่ได้เพลิดเพลินไปตลอดเส้นทาง ไม่ใช่แค่ “ถึง” ให้เร็วที่สุด ควรวางแผนอย่างน้อย 4-5 วัน จะได้ไม่ต้องตะบี้ตะบันขับ ได้แวะเที่ยวระหว่างทาง ได้ซึมซับบรรยากาศจริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ ลองขับเป็นวงกลม ขาไปเข้าทาง 1095 ผ่านปาย ขากลับวกลงทาง 108 ผ่านแม่สะเรียง หรือกลับกันก็ได้ จะได้เห็นวิวทั้งสองเส้น ไม่ซ้ำทาง โค้งรวมสองเส้นทางรวมกัน 4,088 โค้ง แค่ได้พิชิตครบก็เป็นเรื่องน่าภูมิใจแล้ว แม่ฮ่องสอนอาจไม่ใช่จังหวัดที่ไปง่ายที่สุด แต่เป็นจังหวัดที่คนไปแล้วอยากกลับไปอีก เพราะทุกกิโลเมตร ทุกโค้ง ทุกจุดแวะพัก มีเรื่องราวและความงามที่ถนนสายอื่นให้ไม่ได้ แค่เตรียมตัวให้ดี วางแผนให้รอบคอบ เท่านี้ก็พร้อมออกเดินทาง

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด