ถ้าถามว่าใกล้แค่ไหน คำตอบที่ตรงที่สุดคือ “ใกล้กว่าที่คิด” เพราะระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปสมุทรสาครนั้นอยู่ที่ราว 29–38 กิโลเมตรเท่านั้น ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก แต่ระยะทางกับเวลาการเดินทางเป็นคนละเรื่องกันเลย โดยเฉพาะเมื่อต้องออกเดินทางจากเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติด ดังนั้น ก่อนจะสตาร์ทเครื่องและออกจากบ้าน ลองมาวางแผนเส้นทางกันให้รัดกุมก่อนดีกว่า
สมุทรสาคร เมืองที่ “ใกล้แค่เอื้อม” จากกรุงเทพฯ
หลายคนยังเข้าใจผิดว่าสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่อยู่ไกลออกไป แต่ความจริงแล้วจังหวัดนี้ติดชายแดนกรุงเทพมหานครแทบจะแบบไร้รอยต่อ ขับรถผ่านเขตบางขุนเทียนก็แทบจะข้ามเข้าสมุทรสาครได้เลย สมุทรสาครหรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “มหาชัย” ตามชื่ออำเภอเมืองนั้น เป็นจังหวัดชายทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งวิถีชีวิตชาวประมง กลิ่นทะเลที่ลอยอบอวล และตลาดอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อระดับประเทศ
สิ่งที่ทำให้สมุทรสาครน่าสนใจกว่าที่คิดคือความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ตั้งแต่ป่าชายเลนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงอุทยานประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวความซื่อสัตย์ของพันท้ายนรสิงห์ นายท้ายเรือพระที่นั่งแห่งกรุงศรีอยุธยา นับเป็นจังหวัดที่ควรค่าแก่การแวะเวียนไปอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทริปเช้าไปเย็นกลับหรือนอนพักค้างคืนสักคืนสองคืน
ขับรถจากกรุงเทพไปสมุทรสาคร ใช้เวลากี่ชั่วโมงกันแน่?
คำถามนี้ตอบได้ไม่ตรงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมาก ทั้งเวลาที่ออกเดินทาง เส้นทางที่เลือก และสภาพการจราจรในวันนั้น แต่โดยทั่วไปแล้ว หากสภาพการจราจรปกติ เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไปสมุทรสาครอยู่ที่ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนในชั่วโมงเร่งด่วนโดยเฉพาะเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ อาจยืดออกไปได้ถึง 2 ชั่วโมงหรือมากกว่าถ้าสภาพรถหนักมาก
ข้อมูลจาก Rome2rio ระบุว่าระยะทางขับรถอยู่ที่ 37.9 กิโลเมตร โดยใช้เวลาราว 34 นาทีในสภาวะจราจรไหลลื่น แต่นั่นเป็นการประมาณการแบบ “ถนนโล่ง” ซึ่งในความเป็นจริงบนถนนเส้นหลักอย่างพระราม 2 หรือถนนเอกชัยในช่วงเช้า-เย็น รถมักติดหนักโดยเฉพาะโซนบางขุนเทียน ดังนั้นถ้าอยากไปถึงสบายๆ โดยไม่ต้องเครียด แนะนำให้ออกก่อน 7 โมงเช้า หรือรอหลัง 9 โมงครึ่งดีกว่า
3 เส้นทางหลัก กรุงเทพฯ → สมุทรสาคร
เส้นทางที่ 1: ถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35)
นี่คือเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและตรงที่สุด เริ่มจากแยกบางประแก้วไปตามทางหลวงหมายเลข 35 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ถนนพระราม 2” ผ่านเขตบางขุนเทียนแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางรวมประมาณ 29 กิโลเมตร ข้อดีของเส้นทางนี้คือเป็นทางตรงและมีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดเส้น ข้อเสียคือช่วงเขตบางขุนเทียนมักติดมากในชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะรอบแยกพระราม 2 ซอย 18–30
เส้นทางที่ 2: ถนนเอกชัย
สายนี้เหมาะสำหรับคนที่อยู่ฝั่งตลิ่งชัน บางแค หรือย่านฝั่งธน เริ่มจากศูนย์การค้าดาวคะนองหรือสี่แยกท่าพระ ไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม จากนั้นเลี้ยวเข้าซอยเพชรเกษม 81 มุ่งสู่ถนนเอกชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาครได้เลย ระยะทางประมาณ 30–35 กิโลเมตร เส้นนี้สะดวกมากถ้าหลีกเลี่ยงได้จากการเข้าถนนพระราม 2 โดยตรง อย่างไรก็ดี บางจุดบนเส้นเอกชัยก็มีรถหนักในช่วงเช้า โดยเฉพาะบริเวณแยกบางบอน
เส้นทางที่ 3: ผ่านถนนเศรษฐกิจ–อ้อมน้อย
สำหรับคนที่มาจากย่านนครปฐม พุทธมณฑล หรือฝั่งตะวันตก เส้นทางนี้เหมาะมาก โดยใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 4 หรือสาย 5 ต่อเข้าถนนเศรษฐกิจที่ 1 แยกอ้อมน้อย ผ่านอำเภอกระทุ่มแบนก่อนถึงตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงแม้ระยะทางจะไกลกว่าเพื่อนแต่สภาพถนนโล่งกว่ามาก ใครที่หนีรถติดเก่งมักเลือกสายนี้แทน
เคล็ดลับเลือกเวลาออกเดินทาง
อย่ามองข้ามเรื่องเวลาเป็นอันขาด เพราะมันคือความแตกต่างระหว่างใช้เวลา 45 นาทีกับ 2 ชั่วโมง สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่จะไปสมุทรสาคร ลองพิจารณาช่วงเวลาเหล่านี้
- เช้ามาก ก่อน 7.00 น. ถนนยังโล่ง เหมาะสำหรับคนที่อยากไปซื้ออาหารทะเลสดที่ตลาดมหาชัยตั้งแต่เช้าตรู่ ตลาดเปิดตั้งแต่ 05.00 น.
- ช่วง 9.00–10.30 น. รถเริ่มเบาลงหลังชั่วโมงเร่งด่วนผ่านพ้น เหมาะกับการออกเที่ยวแบบสบายๆ
- วันเสาร์-อาทิตย์ ก่อน 8.00 น. ถนนค่อนข้างโล่งกว่าวันธรรมดา แต่ถ้าช้ากว่านั้น รถเริ่มหนักโดยเฉพาะบนพระราม 2
- ช่วงบ่าย 14.00–16.00 น. ถ้าอยากขับกลับกรุงเทพฯ ให้ทันก่อนรถติดเย็น ควรออกจากสมุทรสาครก่อน 16.00 น. เพราะรถขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงเย็นหนักมาก
ถึงแล้วอย่าลืมแวะ ไฮไลท์สมุทรสาครที่ไม่ควรพลาด
การเดินทางไปถึงก็ถือเป็นชัยชนะขั้นแรกแล้ว แต่จะมาถึงแล้วไม่เที่ยวให้เต็มอิ่มได้อย่างไร สมุทรสาครมีสถานที่น่าสนใจอยู่มากกว่าที่หลายคนคาดไว้
ตลาดมหาชัย คือจุดหมายอันดับหนึ่งที่ใครมาแล้วต้องแวะ ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ใกล้กับป้อมวิเชียรโชฎกและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ภายในตลาดแน่นไปด้วยกุ้งสด ปลาหมึก ปูม้า กั้ง ปลาทูมันสด และอีกสารพัดของทะเลที่เพิ่งขึ้นจากเรือ ราคาถูกกว่าในกรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 05.00–18.00 น. วันหยุดสุดสัปดาห์คับคั่งเป็นพิเศษ ควรมาแต่เช้าเพื่อได้ของสดดีๆ ก่อนหมด
อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ อีกหนึ่งจุดที่หลายคนไม่รู้จัก แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ นายท้ายเรือพระที่นั่งผู้ยอมสละชีวิตเพื่อรักษากฎมณเฑียรบาลในสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา ภายในมีซากเรือโบราณอายุกว่า 300 ปี เส้นทางเดินชมป่าชายเลน และสะพานแขวนที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต เดินทางได้โดยใช้ถนนพระราม 2 บริเวณกิโลเมตรที่ 16–17 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตามป้ายได้เลย
ท่าฉลอมและชุมชนชาวประมง อีกประสบการณ์ที่ไม่ควรมองข้าม บริเวณท่าฉลอมตรงข้ามตลาดมหาชัยนั้นเต็มไปด้วยวิถีชีวิตชาวประมงที่แท้จริง มีสตรีทอาร์ตตามกำแพงบ้านที่ถ่ายรูปได้สวยงาม รวมถึงร้านอาหารทะเลปรุงสดหลายร้านที่ราคาชาวบ้านแต่รสชาติไม่ธรรมดาเลย ข้ามฝากไปได้ด้วยเรือข้ามฟากราคาไม่กี่บาท เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการเที่ยวในเมืองโดยสิ้นเชิง
ก่อนออกเดินทาง เช็กลิสต์ฉบับจริง
เพื่อให้ทริปนี้ราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ มีสิ่งที่ควรเตรียมและตรวจสอบดังนี้
- ดูสภาพจราจรก่อนออกเดินทางเสมอ ผ่านแอปแผนที่ เพราะสถานการณ์บนพระราม 2 และเอกชัยเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
- เตรียมเงินสดไปด้วย ตลาดมหาชัยและร้านค้าส่วนใหญ่ยังรับเงินสดเป็นหลัก แม้บางร้านจะมี QR code แต่ไม่ทุกแผง
- ใส่รองเท้าที่เดินสะดวก เพราะพื้นบริเวณตลาดมักเปียกและลื่น โดยเฉพาะโซนอาหารทะเลสด
- ไปเช้า กลับบ่าย สูตรสำเร็จที่ได้ผลที่สุดสำหรับทริปนี้คือออกจากกรุงเทพฯ ก่อน 8 โมงเช้า แล้วกลับก่อนบ่าย 4 โมง เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดทั้งขาไปและขากลับ
- จอดรถที่ลานศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นจุดจอดรถหลักใกล้ตลาดมหาชัยที่กว้างขวางและสะดวกที่สุด
สรุปง่ายๆ สำหรับคนอยากรู้แค่ตัวเลข
ถ้าต้องตอบสั้นๆ ว่าขับรถจากกรุงเทพไปสมุทรสาครใช้เวลาเท่าไหร่ คำตอบคือ ประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ในสภาพจราจรปกติ แต่ถ้าออกช่วงชั่วโมงเร่งด่วนก็อาจยืดไปถึง 2 ชั่วโมงขึ้นไป ระยะทางจริงบนถนนอยู่ที่ราว 30–38 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก
สมุทรสาครไม่ใช่จังหวัดที่ “ต้องวางแผนหนัก” แบบทริปต่างจังหวัดทั่วไป มันคือจังหวัดที่ตื่นเช้าขึ้นมา คิดอยากกินปูม้าสักที ก็ขับรถไปได้ทันที ระยะทางอาจแค่เลขสองหลัก แต่ประสบการณ์ที่ได้กลับมานั้นมีค่ามากกว่าตัวเลขบนแผนที่แน่นอน