ลำพูนในสายตาหลายคนอาจเป็นแค่เมืองเล็ก ๆ เงียบ ๆ ที่นึกถึงวัด หลวงพ่อ และอุโมงค์ต้นยาง แต่ถ้าคุณลองมองให้ลึกกว่านั้นอีกนิด จะพบว่าที่นี่ซ่อน “วัฒนธรรมกาแฟ” เอาไว้หนาแน่นกว่าที่คิด ร้านกาแฟเล็กบ้างใหญ่บ้างกระจายตัวอยู่ทั้งในเมืองและนอกเมือง บางร้านซ่อนอยู่ในซอย บางร้านโผล่อยู่กลางทุ่งนา บางร้านติดวัดเก่าแก่จนแสงแดดยามเช้าส่องโดนองค์พระธาตุเป็นฉากหลังของแก้วกาแฟพอดี
บทความนี้เลยอยากพาคุณออกเดินเล่นในลำพูนผ่าน “10 ร้านกาแฟ” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความชิคของดีไซน์ แต่ยังมีบรรยากาศ เรื่องเล่า และรสชาติที่ทำให้คุณรู้สึกว่า ลำพูนไม่ใช่แค่จังหวัดผ่านทาง แต่เป็นเมืองที่คุณอยากเว้นเวลาให้ตัวเองได้มานั่งช้า ๆ สักวัน
1. จาวนา คาเฟ่ (CHAONA Café)
จาวนา คาเฟ่คือจุดเริ่มต้นทริปลำพูนที่ดีมาก ร้านเป็นทั้งคาเฟ่และร้านอาหาร บรรยากาศโล่ง โปร่ง ลมพัดผ่านเย็นสบาย มองออกไปเห็นวิวทุ่งนาและทิวต้นไม้สุดสายตา ยิ่งปลายฝนต้นหนาว บรรยากาศคือดีถึงขั้นไม่อยากลุกกลับ กาแฟเน้นดื่มง่าย มีทั้งอเมริกาโน่ ลาเต้ รวมถึงเมนูนมและโซดาให้คนไม่กินกาแฟเลือก ขนมเค้กและของทานเล่นก็มีให้สั่งมานั่งแช่ยาว ๆ เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูป เพราะมีมุมทั้งในร้านและริมทุ่งให้เก็บคอนเทนต์ได้ตลอดทั้งวัน
ที่อยู่: 239 ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ ลำพูน
เวลาเปิด: 09.00–21.00 น. (หยุดวันพุธ)
2. อาบู โอลด์ทาวน์ (Aq Bur Oldtown)
คาเฟ่เล็ก ๆ กลางย่านเมืองเก่าลำพูนที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก ร้านใช้บ้านเก่าปรับเป็นคาเฟ่ฟีลวินเทจหน่อย ๆ มีกลิ่นอายของย่านประวัติศาสตร์แถบถนนไชยมงคลแต่เพิ่มความละมุนด้วยกลิ่นกาแฟหอม ๆ จากหน้าเคาน์เตอร์ จุดเด่นคือกาแฟที่ใช้เมล็ดจากไร่ของร้านเองที่ดอยช้าง เชียงราย รสชาติจัดว่าดีสำหรับสายกาแฟจริงจัง เมนูอาหารและขนมก็มีให้เลือกพอสมควร ใครอยากสัมผัสลำพูนแบบช้า ๆ เดินเล่นวัดใกล้ ๆ เสร็จแล้วมานั่งจิบกาแฟที่นี่ถือว่าเข้ากันมาก
ที่อยู่: 46 ถนนไชยมงคล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: ประมาณเช้า–บ่าย (แนะนำเช็กอัปเดตจากหน้าเพจอีกที)
3. Black to Basic / FOH : Full of Happiness
สายสเปเชียลตี้ควรปักหมุดร้านนี้ เพราะที่นี่เน้นเรื่องเมล็ดและการคั่วแบบจริงจัง เมล็ดมีทั้งไทยและต่างประเทศให้เลือก บรรยากาศร้านคุมโทนเท่ ๆ มินิมอลนิด ๆ ทำให้บาร์กาแฟดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างพอดี กาแฟรสค่อนข้างบาลานซ์ ดื่มง่ายแต่ยังมีมิติเบา ๆ ให้คนเล่นโน้ตได้อยู่ เมนู non-coffee ก็ทำมาดี ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกสำรอง รวมถึงมีเบเกอรี่โฮมเมดให้สั่งมาคู่ด้วย ใครชอบนั่งคุยเรื่องกาแฟกับบาริสต้า น่าจะถูกใจฟีลร้านนี้
พิกัด: ซอยรวมใจ 1 ในเมือง อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: 07.30–17.00 น. โดยประมาณ
4. ANATA Garden Chill (อะนะตะ Garden Chill)
คาเฟ่ในสวนสวยฟีลญี่ปุ่นนิด ๆ ที่หลายเว็บยกให้เป็นหนึ่งในร้านต้องแวะของลำพูน ตัวร้านเป็นบ้านไม้ในสวนสีเขียว มีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้เลือกนั่ง โทนร้านอบอุ่น สบายตา เหมาะกับทั้งคนมานั่งชิลและสายถ่ายรูป เครื่องดื่มมีครบทั้งกาแฟ ชา และเมนูเย็นรีเฟรช ส่วนขนมเน้นโฮมเมดเรียบง่ายที่เข้ากับบรรยากาศ เช่น เค้กเนย เค้กผลไม้เบา ๆ ใครอยากหามุมเงียบ ๆ ในเมืองแต่ยังได้ความเขียวและความชิล ร้านนี้ตอบโจทย์มาก
ที่อยู่: ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: 09.30–18.00 น. ทุกวัน
5. Haru Haru Cafe
คาเฟ่โทนญี่ปุ่น-มินิมอลในตัวเมืองลำพูนที่สายคาเฟ่ฮอปหลายคนรู้จักดี ร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่มีดีเทล ใช้ไม้และสีอบอุ่น มีกลิ่นอายญี่ปุ่นนิด ๆ ที่ทำให้รู้สึกสบายตั้งแต่เดินเข้าร้าน เหมาะทั้งสำหรับนั่งเมาท์กับเพื่อนและนั่งทำงานเบา ๆ เมนูเด่นคือกาแฟที่ชงได้มาตรฐาน รสค่อนข้างละมุน ดื่มง่าย รวมถึงมีเมนูชาและเครื่องดื่มอื่นให้เลือกเยอะ เบเกอรี่หน้าตาน่ารักตามสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่น ถ่ายรูปแล้วขึ้นฟีดแน่นอน ใครอยากได้คาเฟ่ฟีลญี่ปุ่นแต่ไม่อยากขับถึงเชียงใหม่ ลองแวะที่นี่ได้เลย
ที่อยู่: ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: 08.30–17.00 น. (หยุดวันจันทร์)
6. Apollo Cafe
อีกหนึ่งคาเฟ่ดังในเมืองลำพูนที่บรรยากาศดีและเมนูแน่น ตัวร้านอยู่บนถนนจามเทวี ใกล้แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ทำเลเลยค่อนข้างสะดวกสำหรับคนที่เที่ยววัดและย่านเมืองเก่าเสร็จแล้วอยากหาคาเฟ่นั่งพัก สไตล์ร้านออกแนวทันสมัย แต่ไม่ดิบเกินไป มีทั้งโซนแอร์และโซนด้านนอก เมนูเครื่องดื่มครบถ้วนตั้งแต่กาแฟ ชา โกโก้ ไปจนถึงโซดา ส่วนขนมและอาหารเล่นมีให้เลือกเยอะพอสมควร เรียกว่ามานั่งยาวได้แบบไม่ต้องย้ายร้าน
ที่อยู่: ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: 09.00–18.00 น. ทุกวัน
7. Siri Home Cafe
โฮมคาเฟ่บรรยากาศโคซี่ที่หลายคนชอบมาก ๆ ร้านเป็นบ้านไม้สไตล์โรงนาเล็ก ๆ มีทั้งโซนด้านในที่อบอุ่นด้วยงานไม้ และโซนด้านนอกที่จัดเป็นสวนเล็ก ๆ ฟีลแคมป์ปิ้ง มีโต๊ะ เก้าอี้สนาม และมุมถ่ายรูปน่ารักกระจายอยู่ทั่ว เมนูเครื่องดื่มค่อนข้างหลากหลาย ทั้งกาแฟ ชา นม และโซดา เหมาะสำหรับมาทั้งแก๊งเพื่อนหรือมากับครอบครัว ขนมเค้กและเบเกอรี่ของร้านทำออกมาในโทนโฮมเมด ดูไม่ประดิษฐ์เกินไป แต่กินแล้วรู้สึก “บ้าน ๆ อร่อยดี” แถมราคาไม่แรง
ที่อยู่: ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: 07.00–16.00 น.
8. Lin Cafe (ลิน คาเฟ่)
คาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ในโซนอุโมงค์ลำพูนที่หลายคนแวะก่อนหรือหลังไปถ่ายรูปอุโมงค์ต้นยาง ตัวร้านมีทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์ให้เลือกนั่ง ฟีลเหมือนบ้านกึ่งคาเฟ่ที่ไม่พยายามแต่งจนเวอร์ แต่มีความอบอุ่นกำลังพอดี กาแฟที่นี่ขึ้นชื่อว่า รสชาติดี ราคามิตรภาพ เหมาะกับทั้งคนที่แค่แวะพักระหว่างทางและสายคาเฟ่ฮอปที่ตั้งใจมา ขนมเค้กหลายตัวรีวิวว่าอร่อยเกินราคา เป็นร้านที่ให้บรรยากาศ “มานั่งเรื่อย ๆ นานแค่ไหนก็ได้” มากกว่าบรรยากาศเร่งรีบ
ที่อยู่: 272 ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน
เวลาเปิด: 07.30–17.30 น. (หยุดวันพุธ)
9. Shade of Brown Coffee Roaster (โรงคั่วกาแฟลำพูน)
ใครเป็นสายกาแฟจริงจังต้องลองมา “โรงคั่ว” แถบป่าซางร้านนี้ รีวิวหลายที่ชมว่ากาแฟและขนมปังดีเกินคาด บรรยากาศน่ารักแบบร้านลับในชุมชน ไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของร้านกาแฟที่ตั้งใจทำกาแฟจริง ๆ ที่นี่เน้นเรื่องเมล็ดและการคั่วชัดเจน สายสเปเชียลตี้จะสนุกกับการลองเมล็ดไทยคุณภาพดีในราคาเป็นมิตร ขนมปังและเบเกอรี่ก็เป็นอีกจุดเด่น โดยเฉพาะคนที่ชอบสไตล์โฮมเมดอบใหม่ ๆ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สักหน่อย เพราะนั่งเพลินแล้วมักไม่อยากลุก
พิกัด: โซนป่าซาง ลำพูน (แนะนำกดตามแผนที่จากรีวิว/เพจร้าน)
10. The Terracotta Garden at Lamphun สวนไม้ไทยพ่อเลี้ยงหมื่น
ที่นี่เด่นตรงสถาปัตยกรรมสไตล์ปราสาทหินและงานปั้นเทอราคอตต้า ทั้งองค์เทพ สัตว์ในวรรณคดี ซุ้มประตูโบราณ ไปจนถึงผนัง ลาน และบันไดแต่ละช่วง เรียงรายรอบสวนไม้ไทยที่ร่มรื่นมาก เดินเข้าไปแล้วจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังประวัติศาสตร์หรือวัดโบราณ แต่จริง ๆ คือคาเฟ่และร้านอาหารที่นั่งได้สบาย ๆ เมนูเครื่องดื่มที่นี่ไม่ได้มีแค่กาแฟพื้น ๆ แต่มีเมนูครีเอทีฟชื่อไทย ๆ ที่อ่านแล้วสะดุด เช่น เมนู “รสสุคนธ์” ซึ่งเป็นโมจิโต้สไตล์ไทย ใส่ขิงซอยลงไป หอม สดชื่น และให้ฟีลสมุนไพรเบา ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้อะไรรีเฟรช ๆ ไม่หนักคาเฟอีน
ที่อยู่: 95 ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน (เส้นทางไปสันป่าตองจากลำพูน)
เวลาเปิด: โดยทั่วไปประมาณ 08.00–18.00 น.
สรุป
ลำพูนอาจจะไม่ได้ดังเรื่องคาเฟ่เท่าเพื่อนบ้านอย่างเชียงใหม่ แต่ถ้าคุณได้ลองใช้เวลาสักวันหนึ่ง ปล่อยให้หัวใจเดินช้าลง จิบกาแฟไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางวัดเก่า ทุ่งนา และถนนสายเล็ก ๆ คุณอาจค้นพบว่า เมืองเล็กแห่งนี้มีรสชาติกลมกล่อมกว่าที่คิด และนั่นอาจเป็นเหตุผลให้คุณอยากกลับมาซ้ำอีกครั้ง โดยไม่ต้องรอให้ใครชวนเลยก็ได้