เมืองริมโขงที่ไม่ได้ดังเพราะห้างสรรพสินค้าหรือไนต์คลับ แต่ดังเพราะวิถีชีวิตที่ช้าพอให้คุณมีเวลาหยุดฟังเสียงน้ำไหล ดมกลิ่นอาหารที่ลอยออกมาจากครัวชาวบ้าน และรู้สึกว่าการกินข้าวหนึ่งมื้อ มีความหมายมากกว่าแค่การอิ่มท้อง
ถ้าคุณกำลังวางแผนทริปอีสานและมุกดาหารอยู่ในลิสต์ บทความนี้คือสิ่งที่คุณต้องอ่านก่อนออกเดินทาง เพราะเราไม่ได้แค่บอกชื่อร้าน แต่จะพาคุณไปสัมผัสว่าแต่ละที่มีเสน่ห์อะไรที่ทำให้คนมาแล้วอยากกลับมาอีก
1. ร้านอาหารนัดพบริมโขง
ถ้าให้เลือกร้านเปิดมื้อแรกในมุกดาหาร ชื่อของ “นัดพบริมโขง” มักจะถูกพูดถึงก่อนเสมอ และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ร้านตั้งอยู่บนถนนสำราญชายโขงใต้ เปิดพื้นที่ริมน้ำออกกว้าง มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา และลมโขงที่พัดมาตลอดเวลาทำให้รู้สึกเหมือนได้นั่งพักในสวนส่วนตัว เมนูจากปลาแม่น้ำโขงสดตรงจากแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมกรอบนอกนุ่มใน มัจฉาครองรังที่เนื้อหวานไม่คาว ต้มยำปลาคังรสเข้มที่ดื่มซดได้จนหมดหม้อ หรือลาบปลาบึกที่หาไม่ได้ในร้านทั่วไป ราคาไม่แพง กินเป็นครอบครัวได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องงบ
ที่อยู่: 91 ถ.สำราญชายโขงใต้ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. โทร: 089-711-6063
2. แซ่บริมโขง
ชื่อบอกชัดอยู่แล้วว่าที่นี่ไม่ได้เล่น ๆ “แซ่บริมโขง” ตั้งอยู่บนถนนสำราญชายโขงเหนือ บรรยากาศปลอดโปร่ง มีทั้งโซนนอกรับลมธรรมชาติและโซนในห้องปรับอากาศ หากมาเป็นครอบครัวที่มีเด็ก ๆ ติดมาด้วย ก็มีสนามหญ้าเทียมให้เด็กวิ่งเล่นระหว่างที่ผู้ใหญ่นั่งกินข้าวสบายใจ ด้านวิวสามารถมองเห็นเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว ฝั่งตรงข้ามได้ชัดเจน เมนูเด็ดได้แก่ ต้มส้มปลาคังผักแขยง เมี่ยงปลาสมุนไพร และลาบหมูทอดที่รสจัดจ้านแบบไม่ต้องขอเพิ่มพริก
ที่อยู่: 168 ถ.สำราญชายโขงเหนือ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. โทร: 097-051-7988
3. ฉลองชัยปลาเผา
มีร้านบางประเภทที่ยิ่งเก่า ยิ่งน่าเชื่อถือ “ฉลองชัยปลาเผา” คือหนึ่งในนั้น เปิดมากว่า 10 ปีบนถนนสำราญชายโขงเหนือ ตั้งแต่แรกก็เน้นความพิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบ คือปลาจากแม่น้ำโขงสด ๆ ที่แปรรูปเป็นเมนูหลากหลาย ปลาเผาที่นี่ยัดสมุนไพรในท้องจนแน่น เวลาเผาเสร็จกลิ่นหอมออกมาทีเดียวรู้เลยว่าจะอร่อย กินคู่น้ำจิ้มรสแซ่บและผักสดแบบชาวบ้าน ร้านนี้ไม่ตกแต่งหวือหวา แต่มีรสมือที่พิสูจน์ตัวเองมาสิบกว่าปีแล้ว
ที่อยู่: ถ.สำราญชายโขงเหนือ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 08:00–22:00 น. โทร: 088-562-9613
4. วิรินทร์แจ่วฮ้อน
คนที่รักหม้อไฟจะรู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ต่างออกไป “วิรินทร์แจ่วฮ้อน” บนถนนชาภูบาลในตัวเมือง ไม่ได้ดังเพราะการตลาด แต่ดังเพราะน้ำซุปที่คั้นออกมาจากกระดูกหมูเคี่ยวนานกับสมุนไพร หอมจนคนโต๊ะข้าง ๆ หันมามอง แจ่วฮ้อนของที่นี่มาพร้อมตะกร้าเนื้อสัตว์และผักที่จัดมาเยอะจนโต๊ะเกือบไม่พอ น้ำจิ้มแจ่วมีให้เลือกทั้งรสขมและรสหวาน นอกจากแจ่วฮ้อนแล้ว ลาบหมูทอด สลัดญวน และไก่คั่วเกลือก็เป็นเมนูที่คนขาประจำไม่ยอมข้าม บรรยากาศร้านไม่ตกแต่งหวือหวา แต่นั่งสบาย กินได้นานโดยไม่รู้สึกรีบ
ที่อยู่: ถ.ชาภูบาล ตำบลในเมือง เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. โทร: 042-612-487
5. รัตติยาแจ่วฮ้อน สาขา 1
ถามคนมุกดาหารว่าแจ่วฮ้อนที่ไหนอร่อยที่สุด ชื่อ “รัตติยาแจ่วฮ้อน” มักจะตามมาพร้อมรอยยิ้ม ร้านสาขา 1 ตั้งอยู่บนถนนพุทธเจริญ บรรยากาศร้านเป็นกันเอง ลูกค้าตั้งแต่วัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุมาได้หมด เพราะร้านนี้ไม่ทำให้ใครรู้สึกอึดอัด จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปแจ่วฮ้อนสูตรต้นตำรับ ที่ใช้น้ำมะพร้าวเคี่ยวกับกระดูกหมู ออกมาหวานหอมเฉพาะตัว ต่างจากสูตรอื่นที่หลายคนเคยลองมา นอกจากนั้นยังมีขาไก่ย่างถ่านหอม ๆ คอหมูย่าง ลาบเป็ด และสลัดเวียดนามที่สั่งมาเป็นเมนูเสริมได้แบบลงตัว รีวิวแน่นทุกแพลตฟอร์ม ไม่มีวันผิดหวัง
ที่อยู่: ถ.พุทธเจริญ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 11:00–22:30 น. โทร: 042-612-627
6. บ้านลาวญวน ณ ริมโขง
ความพิเศษของมุกดาหารคือความเป็นเมืองชายแดนที่ดูดซับกลิ่นอายจากลาวและเวียดนามมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกิน “บ้านลาวญวน ณ ริมโขง” บนถนนสำราญชายโขงเหนือ คือร้านที่รวมเรื่องราวของสองฝั่งแม่น้ำไว้ในจานอาหารได้อย่างลงตัวที่สุด เมนูเด็ดของร้านคือแหนมเนืองโบราณปิ้งเตาถ่านที่หอมกว่าแหนมทั่วไป และเมี่ยงปลาเผาที่กินแบบห่อใบไม้เคียงผักสด บรรยากาศร้านให้ฟีลบ้าน ๆ อบอุ่น ราคาเป็นมิตร วิวริมโขงจากร้านนี้สวยพอที่จะทำให้คุณนั่งอยู่นานกว่าที่ตั้งใจ
ที่อยู่: 90 ถ.สำราญชายโขงเหนือ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. โทร: 063-247-9654
7. แพจ้าวสำราญ
มีบางมื้อที่ไม่ได้ต้องการแค่ความอร่อย แต่ต้องการบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกว่าคืนนั้นพิเศษ นั่นแหละคือเวลาที่ควรมา “แพจ้าวสำราญ” บนซอยสุพร ถนนสุทธิมรรค ร้านบนแพริมน้ำที่เปิดรับลมยามเย็นได้แบบไม่มีสิ่งกีดขวาง เมนูแนะนำได้แก่ หอยนางรมสุราษฎร์ไซส์ใหญ่ ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน และหมูหันหนังกรอบที่ต้องสั่งในขณะที่ยังร้อนอยู่เท่านั้น สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ก็มีโซนเครื่องเล่นและกิจกรรมตกปลาให้น้อง ๆ สนุกขณะที่ผู้ใหญ่กินข้าวสบาย ๆ
ที่อยู่: 75 ซ.สุพร ถ.สุทธิมรรค เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 11:00–00:00 น. โทร: 088-293-4064
8. ครัวเมืองมุก
ถ้าคุณเป็นคนที่ยืนยันว่าคืนนี้ต้องปิ้งย่าง ร้านนี้คือคำตอบ “ครัวเมืองมุก” บนถนนสุวรรณรักษ์ ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อโคขุนจากโพนยางคำ ซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่คนรักเนื้อรู้กันดีว่ามาร์เบิลลิงดี รสหวานอมเค็ม เวลาย่างบนเตาถ่านออกมาหอมและนุ่มละลายในปาก ร้านไม่ได้มีแค่ปิ้งย่าง แต่ยังมีแจ่วฮ้อน ชาบู หม้อไฟเกาหลี รวมถึงเมนูตามสั่งอีกหลายสิบรายการ ทั้งกะเพราเสือร้องไห้ กุ้งทอดกระเทียม และสเต็กแซลมอน บรรยากาศร้านเปิดโล่ง สบาย ๆ
ที่อยู่: 94 ถ.สุวรรณรักษ์ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 11:00–22:00 น. โทร: 061-545-6696
9. ครัวเวียดนาม แม่ยอ
อาหารเวียดนามในมุกดาหารมีหลายเจ้า แต่ถ้าอยากได้รสชาติที่ใกล้เคียงต้นตำรับมากที่สุด “ครัวเวียดนาม แม่ยอ” บนถนนสมุทรศักดารักษ์คือปลายทางที่ควรหมุดหมาย ร้านเล็ก ๆ บรรยากาศไม่อลังการ แต่รสมือบอกได้ทุกอย่างว่าเจ้าของใส่ใจในรายละเอียดมากแค่ไหน แหนมเนืองที่นี่เป็นหมูล้วน หั่นหนาพอดีคำ กินกับผักสดและน้ำจิ้มรสเด็ดที่ปรุงมาได้ลงตัว ปอเปี๊ยะทอดไม่อมน้ำมัน ขนมเบื้อง ขนมจีนทรงเครื่อง และเกาเหลาที่ซดได้อร่อยตั้งแต่คำแรก เปิดตั้งแต่เช้าตรู่ เหมาะสำหรับคนที่ตื่นเช้าแล้วอยากเริ่มวันด้วยของอร่อย
ที่อยู่: 1/9 ม.2 ถ.สมุทรศักดารักษ์ เวลาเปิด: เปิดทุกวัน 06:00–17:00 น. โทร: 086-580-2849
10. กู๊ดวิวริมโขง
ปิดท้ายลิสต์ด้วยร้านที่ชื่อบอกตัวตนได้ชัดที่สุด “กู๊ดวิวริมโขง” บนถนนสำราญชายโขงมอบสิ่งที่หลายคนมาหาคือวิวแม่น้ำโขงที่กว้างขวางสวยงาม บวกกับเมนูปิ้งย่างเกาหลีที่กินไปชมวิวไป ร้านนี้เหมาะทั้งมื้อเย็นแบบโรแมนติกและงานเลี้ยงรวมกลุ่มเพื่อน นอกจากปิ้งย่างและจิ้มจุ่มแล้ว ยังมีก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ต้มยำกุ้ง ยำหมึกสด และทะเลลวกจิ้มซีฟู้ดที่ตอบโจทย์คนหลายสไตล์ในโต๊ะเดียวกัน เปิดทุกวัน ยิ่งมาตอนเย็นแล้วนั่งยาวดูดาว ยิ่งได้บรรยากาศเต็ม ๆ
ที่อยู่: 131/3 ถ.สำราญชายโขง เวลาเปิด: เปิดทุกวัน โทร: 095-956-5324
มุกดาหารไม่ใช่เมืองที่ต้องรีบ ยิ่งได้นั่งกินข้าวช้า ๆ ริมโขง ฟังเสียงน้ำไหลผ่านหน้าโต๊ะ แล้วพบว่ารสชาติของอาหารที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น มันคือประสบการณ์ที่ไม่มีแอปไหนส่งมาให้ได้
10 ร้านในลิสต์นี้แต่ละที่มีบุคลิกต่างกัน บางร้านเน้นรสปลาโขงแท้ ๆ บางร้านชวนนั่งฟังดนตรีสด บางร้านเป็นเรื่องราวของสองวัฒนธรรมบนจานเดียว แต่ทุกร้านมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือให้คุณรู้สึกว่าการมาเยือนเมืองนี้ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ก็ยังมีมุมอร่อยใหม่รออยู่เสมอ