ใครที่เคยนั่งเปิดแผนที่ดูเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปโคราชแล้วเห็นตัวเลขกิโลเมตรขึ้นมา คงถามตัวเองทุกทีว่า “แล้วจริง ๆ มันใช้เวลากี่ชั่วโมงกันแน่?” เพราะคำตอบมันไม่เคยตายตัว บางคนบอก 3 ชั่วโมง บางคนบอก 4 บางคนโดนรถติดช่วงเทศกาลก็ 7-8 ชั่วโมงไปเลย วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยนี้ให้หมดจด ตั้งแต่เส้นทางหลัก เส้นทางใหม่ ไปจนถึงทางเลือกอื่นที่คุณอาจยังไม่เคยรู้
ระยะทางจริง ๆ จากกรุงเทพฯ ถึงโคราช อยู่ที่เท่าไหร่?
ก่อนจะพูดเรื่องเวลา ต้องเข้าใจระยะทางให้ตรงกันก่อน เพราะเส้นทางที่ใช้ต่างกัน ระยะทางก็ต่างกันพอสมควร ถ้าวัดจากตัวเมืองกรุงเทพฯ ไปถึงตัวเมืองนครราชสีมา ระยะทางโดยประมาณอยู่ที่ราว 250-270 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้เส้นทางไหน หลัก ๆ แล้วมีอยู่ 2 เส้นทางหลักที่คนนิยมใช้กัน คือถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) และมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งเป็นตัวเลือกใหม่ที่กำลังเปลี่ยนเกมการเดินทางสายอีสานอย่างสิ้นเชิง
ส่วนใครที่ใช้เส้นทางอ้อมผ่านจังหวัดปราจีนบุรี ระยะทางจะยาวขึ้นไปถึงราว 330 กิโลเมตร และใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 19 นาที เส้นนี้คนไม่ค่อยใช้กัน แต่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับช่วงเทศกาลที่ถนนมิตรภาพรถแน่นจนแทบจะจอดนิ่ง
ถนนมิตรภาพ เส้นทางคลาสสิกที่ใครก็รู้จัก
ถนนมิตรภาพ หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 คือเส้นทางที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดในการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ภาคอีสาน ถนนเส้นนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2500 โดยแยกออกจากถนนพหลโยธินที่จังหวัดสระบุรี ผ่านดงพญาเย็น (ที่เดิมเรียกกันว่า “ดงพญาไฟ”) แล้วตัดตรงมาถึงโคราช ก่อนมีถนนเส้นนี้ การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปโคราช ใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมง แต่หลังจากเปิดใช้ถนนมิตรภาพ เวลาเดินทางลดเหลือราว 3 ชั่วโมง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับที่ราบสูงอีสานเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง
ในสภาพการจราจรปกติ การขับรถจากกรุงเทพฯ ไปนครราชสีมาผ่านถนนมิตรภาพ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ระยะทางอยู่ที่ราว 270 กิโลเมตร แต่คำว่า “สภาพการจราจรปกติ” นี่แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญ เพราะถ้าเจอช่วงเทศกาลอย่างปีใหม่หรือสงกรานต์ เตรียมใจไว้เลยว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่บนถนนนานกว่าปกติหลายเท่า
มอเตอร์เวย์ M6 ตัวเปลี่ยนเกมที่ทุกคนรอคอย
มาถึงพระเอกของยุคนี้กันบ้าง มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา คือทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการจราจรบนถนนมิตรภาพโดยเฉพาะ ระยะทาง 196 กิโลเมตร จากบางปะอินถึงนครราชสีมา ถ้าวิ่งตลอดสายจะใช้เวลาเพียงราว 120 นาที หรือ 2 ชั่วโมง
แต่เนื่องจากจุดเริ่มต้นของ M6 อยู่ที่บางปะอิน ไม่ใช่ใจกลางกรุงเทพฯ ดังนั้นถ้าเริ่มเดินทางจากบริเวณสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ต้องขับไปอีก 49 กิโลเมตร ใช้เวลาอีกประมาณ 45 นาที กว่าจะถึงทางขึ้น M6 ที่บางปะอิน รวมแล้วจากใจกลางกรุงเทพฯ ถึงโคราช ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง 45 นาที ระยะทาง 245 กิโลเมตร ค่าผ่านทางสำหรับรถ 4 ล้อ อยู่ที่ 240 บาท
ปัจจุบัน (ต้นปี 2569) งานโยธาของ M6 ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างในบางตอน โดยงานระบบมีความคืบหน้าราวร้อยละ 85-96 ช่วงปากช่อง-ถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา เปิดทดลองใช้งานแล้วตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังไม่เก็บค่าผ่านทาง มีจุดเข้า-ออกหลัก 4 จุด ได้แก่ ถนนมิตรภาพ กม.65 อำเภอปากช่อง, ถนนสีคิ้ว-ชัยภูมิ อำเภอสีคิ้ว, ถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา อำเภอขามทะเลสอ และถนนบายพาส อำเภอเมือง สำคัญมากคือ อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น มอเตอร์ไซค์และรถบรรทุกใหญ่ห้ามขึ้นเด็ดขาด
จุดพักรถระหว่างทาง แวะตรงไหนดี?
การขับรถทางไกล 3-4 ชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่แวะพักเลย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุจากการหลับใน ถ้าใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ มีจุดพักรถดี ๆ หลายจุดตลอดเส้นทาง เช่น ปั๊ม ปตท. วังน้อย อยุธยา ที่มีทั้ง Café Amazon ร้านอาหาร และ 7-Eleven หรือจะเป็นสถานีบริการน้ำมันที่ปากช่อง ซึ่งมีวิวเขาสวย บรรยากาศดี มีร้านกาแฟและของฝากท้องถิ่น อีกจุดที่ห้ามพลาดคือบริเวณเขื่อนลำตะคอง ถนนมิตรภาพ กม. 88-89 อำเภอสีคิ้ว ที่มีวิวสวยที่สุดบนถนนสายนี้ มองเห็นเขื่อนและทิวเขาตระการตา
สำหรับ M6 มีจุดพักรถหลักอยู่ 2 จุด ได้แก่ จุดพักรถทับกวาง (แก่งคอย) ที่ กม. 64+900 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าโคราช และจุดพักรถเลี่ยงเมืองโคราช (ขามทะเลสอ) ที่ กม. 147+000 ซึ่งมีทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ข้อควรระวังคือช่วงที่เปิดทดลองใช้ อาจยังไม่มีปั๊มน้ำมันถาวรตลอดเส้นทาง ดังนั้นควรเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนขึ้น M6 ทุกครั้ง
ทางเลือกอื่น รถไฟ รถบัส และอนาคตที่ชื่อ “รถไฟความเร็วสูง”
สำหรับคนที่ไม่อยากขับรถเอง ยังมีตัวเลือกอื่นอีก รถไฟธรรมดาจากกรุงเทพฯ ไปโคราช มีให้บริการถึง 20 เที่ยวต่อวัน ใช้เวลาเร็วสุดราว 3 ชั่วโมง 34 นาที ระยะทาง 175 กิโลเมตร ค่าโดยสารเริ่มต้นเพียง 147 บาท ข้อดีคือไม่ต้องเครียดกับรถติด ไม่ต้องง่วงจากการขับ แต่ข้อจำกัดคือเมื่อไปถึงสถานีโคราชแล้ว ต้องหาทางต่อเข้าตัวเมืองหรือไปยังจุดหมายปลายทางอีกที
แต่สิ่งที่คนไทยเฝ้ารอมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา” ซึ่งจะเป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทย เส้นทางนี้มีระยะทาง 250.77 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที รถไฟจะจอดทั้งหมด 6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา
ค่าโดยสารจะคิดตามระยะทาง คือ 1.8 บาทต่อกิโลเมตร บวกค่าแรกเข้า 80 บาท จากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมาอยู่ที่ 536 บาทต่อเที่ยว ขบวนรถที่จะมาให้บริการคือ Fuxing Hao CR300AF รุ่นเดียวกับที่ใช้ในประเทศจีน มี 8 ตู้โดยสาร รวม 594 ที่นั่ง ทำความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปัจจุบันมีความคืบหน้าประมาณ 50% คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2572
ถ้าเทียบกับมอเตอร์เวย์ M6 ที่ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที ค่าผ่านทาง 240 บาท (ยังไม่รวมค่าน้ำมัน) รถไฟความเร็วสูงใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่ค่าโดยสาร 536-695 บาท ถ้าเดินทางคนเดียว รถไฟอาจคุ้มกว่า แต่ถ้าเดินทางหลายคน การขับรถแล้วแชร์ค่าใช้จ่ายอาจประหยัดกว่า
เคล็ดลับขับรถไปโคราชให้ราบรื่น
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปโคราชไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าวางแผนดี ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ นี่คือสิ่งที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง
เลือกเวลาออกเดินทางให้ดี ถ้าเป็นช่วงเทศกาล ออกเช้ามืดหรือดึกจะเจอรถน้อยกว่า หลีกเลี่ยงการออกช่วงบ่ายถึงเย็นวันศุกร์หรือวันก่อนวันหยุดยาว เพราะจะเจอคลื่นรถระลอกใหญ่จากคนที่เพิ่งเลิกงาน
เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ ถ้าเลือกใช้ M6 ควรเติมน้ำมันให้พร้อมตั้งแต่ก่อนขึ้นทาง เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างทางยังมีจำกัด
ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง โดยเฉพาะยางรถ น้ำหม้อน้ำ และผ้าเบรก เพราะเส้นทางช่วงขึ้นเขาปากช่องมีทั้งทางลาดชันและทางโค้ง
วางแผนจุดพักรถ แวะพักทุก 2 ชั่วโมง ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำ กินของว่าง อย่าฝืนขับต่อเนื่องนานจนเกินไป
ติดตามสถานการณ์การจราจรแบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชันแผนที่ หรือช่องทางของกรมทางหลวง สายด่วน 1586 กด 7
ถึงโคราชแล้ว ไปเที่ยวไหนต่อดี?
เมื่อขับรถถึงนครราชสีมาแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะโคราชเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวเพียบ เริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม สัญลักษณ์ของชาวโคราชที่ต้องแวะมาสักการะ ใกล้ ๆ กันมีประตูชุมพล ประตูเมืองโบราณสมัยอยุธยาที่มีความเชื่อว่าลอดแล้วจะได้คู่ครองเป็นคนโคราช
ถ้าชอบธรรมชาติ เขาใหญ่ วังน้ำเขียว และเขายายเที่ยง อยู่ไม่ไกล ส่วนคนที่ชอบประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย กับปราสาทหินพิมายที่มีอายุเก่าแก่ราว 1,000 ปี ก็เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
สรุป
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ขึ้นอยู่กับเส้นทางและช่วงเวลา ในสภาพการจราจรปกติ ถ้าใช้ถนนมิตรภาพจะใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง ถ้าใช้มอเตอร์เวย์ M6 จะลดเหลือราว 2 ชั่วโมง 45 นาที แต่ถ้าเดินทางช่วงเทศกาล อาจใช้เวลาถึง 6-8 ชั่วโมง ไม่ว่าจะใช้เส้นทางไหนก็ตาม และในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รถไฟความเร็วสูงจะทำให้ระยะเวลาเดินทางเหลือเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมการเดินทางสายอีสานไปตลอดกาล
ไม่ว่าจะเลือกเดินทางด้วยวิธีไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนล่วงหน้า ตรวจสอบสภาพรถ ติดตามข่าวสารการจราจร และขับขี่อย่างปลอดภัย เพราะจุดหมายปลายทางจะไม่มีความหมายเลย ถ้าเราไปไม่ถึงอย่างปลอดภัย