ขับรถจากกรุงเทพไปน่าน กี่ชั่วโมง? คู่มือเดินทางฉบับคนชอบขับรถเที่ยว

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

ใครที่เคยนั่งมองแผนที่ประเทศไทยแล้วเลื่อนสายตาไปทางขวาบนสุดของภาคเหนือคงเคยเห็นชื่อจังหวัดเล็กๆ ที่ชื่อว่า “น่าน” เมืองที่ยังคงหายใจด้วยวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่เร่งรีบ ไม่วุ่นวาย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้คนเดินทางหลายคนตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยือน วันนี้จะมาบอกให้ครบทุกรายละเอียด “ขับรถจากกรุงเทพไปน่าน กี่ชั่วโมง?” ตั้งแต่ระยะทาง เส้นทางจุดแวะพักไปจนถึงเคล็ดลับที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

1 ระยะทางและเวลาเดินทาง

ระยะทางและเวลาเดินทางจริงๆ เท่าไหร่กันแน่?

หลายคนอาจเคยได้บ้างบอก 6 ชั่วโมง บ้างบอก 10 ชั่วโมง ซึ่งจริงๆ แล้วคำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเส้นทางที่เลือกสภาพการจราจรและนิสัยการขับของแต่ละคน ระยะทางจากกรุงเทพถึงตัวเมืองน่านอยู่ที่ประมาณ 630-680 กิโลเมตร หากขับต่อเนื่องโดยไม่แวะพักเลยใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง แต่ถ้ารวมเวลาแวะพักแวะกินแวะเติมน้ำมันก็ต้องบวกเพิ่มอีกสักชั่วโมงหรือสองชั่วโมงรวมแล้วราวๆ 8-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าจะแวะกี่จุด สำหรับคนที่ไม่เคยขับทางไกลมาก่อนตัวเลข 7-8 ชั่วโมงอาจฟังดูน่ากลัว แต่บอกตรงๆ ว่าเส้นทางกรุงเทพไปน่านนั้นถนนดีเกือบตลอดสาย โดยเฉพาะถ้าเลือกเส้นทางหลักที่จะพูดถึงต่อไประหว่างทางมีวิวให้ชมเพลินตาจนลืมเมื่อยขอแค่วางแผนดีๆ เท่านั้น แต่หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ และไม่อยากขับรถทางไกลเอง การเลือก เช่ารถตู้พร้อมคนขับไปน่าน ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เดินทางสะดวกและพักผ่อนได้ตลอดเส้นทาง

2 เส้นทางหลักที่แนะนำ

เส้นทางหลักที่แนะนำ: สาย 32 – 11 – 101

เส้นทางที่คนนิยมใช้มากที่สุดและถือว่าสะดวกปลอดภัยที่สุดคือเริ่มจากกรุงเทพมุ่งหน้าขึ้นเหนือตามทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ขึ้นไปจนถึงนครสวรรค์ จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าผ่านพิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เข้าสู่จังหวัดแพร่ ใครที่ต้องการดูรายละเอียดเส้นทางเพิ่มเติมสามารถอ่าน ขับรถจากกรุงเทพไปแพร่ ก่อนเดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 101 เข้าสู่น่าน ผ่านอำเภอร้องกวาง เวียงสา ก่อนถึงตัวเมืองน่าน จุดเด่นของเส้นทางนี้คือเป็นถนนสี่ช่องจราจรเกือบตลอดสายผิวถนนอยู่ในสภาพดีรถวิ่งสวนกันสะดวกไม่ต้องลุ้นเรื่องถนนแคบหรือรถบรรทุกขวางเลน ยกเว้นช่วงสุดท้ายจากแพร่เข้าน่านที่บางจุดเป็นถนน 2 เลน มีทางขึ้นเขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรแค่ต้องระมัดระวังเรื่องรถบรรทุกที่วิ่งช้า และคอยหาจังหวะแซงให้ปลอดภัย ระหว่างทางจะได้สัมผัสกับภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจากพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่เต็มไปด้วยทุ่งนา ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่วงเขาพลึงและเขาขาดที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์สวยงาม หากเดินทางช่วงหน้าฝนบางครั้งอาจได้เห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนระหว่างหุบเขาด้วย

3 จังหวัดที่ผ่านระหว่างทาง

จังหวัดที่ผ่านระหว่างทาง

สิ่งที่ทำให้การขับรถจากกรุงเทพไปน่านสนุกกว่าที่คิดคือระหว่างทางผ่านหลายจังหวัดที่มีของกินอร่อยและที่เที่ยวน่าแวะมากมาย เรียงลำดับจากต้นทางไปปลายทางผ่านพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ แล้วจึงถึงน่าน แต่ละจังหวัดมีเรื่องราวของตัวเองอย่างสิงห์บุรีก็ขึ้นชื่อเรื่องปลาช่อนแม่ลา พิษณุโลกเป็นจุดพักยอดฮิตที่หลายคนแวะกินข้าวกลางวัน ส่วนอุตรดิตถ์ก็มีเมืองลับแลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคให้สัมผัส การวางแผนแวะจุดต่างๆ ระหว่างทางจะช่วยให้ไม่เหนื่อยเกินไปและยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนแต่ละภูมิภาคไปในตัว

4 ออกเดินทางเวลาไหนดี

ออกเดินทางเวลาไหนดี?

เรื่องนี้สำคัญมากเพราะเวลาที่ออกเดินทางมีผลต่อความสบายในการขับโดยตรง คนที่เคยขับเส้นนี้บ่อยๆ แนะนำตรงกันว่าควรออกจากกรุงเทพตั้งแต่ตี 4 ถึง 6 โมงเช้า เพื่อหนีรถติดช่วงอยุธยาถึงสระบุรีและจะถึงน่านประมาณบ่ายแก่ๆ หรือเย็นพอดีกับเวลาเช็คอินที่พัก หากออกเดินทางสายเกินไปอาจต้องขับเข้าน่านตอนค่ำ ซึ่งช่วงถนนบนเขาจากแพร่ไปน่านนั้นตอนกลางคืนจะมืดมากและมองเห็นทางได้ยากจึงไม่แนะนำให้ขับช่วงดึก โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเส้นทาง อีกทางเลือกหนึ่งที่หลายครอบครัวชอบทำคือแบ่งการเดินทางเป็น 2 วัน โดยแวะพักค้างคืนที่พิษณุโลกหรืออุตรดิตถ์สักคืนแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยขับต่อไปน่านระยะทางจากอุตรดิตถ์ถึงน่านเหลือแค่ราวๆ 200 กว่ากิโลเมตร ขับสบายๆ แค่ 3 ชั่วโมงก็ถึง

5 จุดพักรถและจุดแวะเติมพลัง

จุดพักรถและจุดแวะเติมพลัง

เส้นทางขึ้นเหนือสายนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องปั๊มน้ำมันเพราะมีอยู่ตลอดทางแทบทุก 30-50 กิโลเมตร มีร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ และจุดพักรถให้แวะเป็นระยะ จุดพักยอดนิยมที่หลายคนแนะนำได้แก่ แถวสิงห์บุรีสำหรับหยุดกินข้าวเช้าจากนั้นยิงยาวไปกินข้าวกลางวันที่พิษณุโลกหรืออุตรดิตถ์ ช่วงจากแพร่ไปน่านมีคาเฟ่ริมทางหลายแห่งที่วิวสวยมากอย่างปางชมพูวิวแอนด์คาเฟ่ เป็นจุดที่หลายคนแวะพักก่อนถึงน่าน ได้ทั้งจิบกาแฟ ยืดเส้นยืดสาย แถมมีวิวภูเขาให้ชมคลายเมื่อย การแวะพักทุกๆ 2 ชั่วโมงไม่ใช่แค่ช่วยลดความเมื่อยล้าแต่ยังช่วยให้สมองตื่นตัวขับขี่ได้อย่างปลอดภัยตลอดการเดินทาง

6ถนนช่วงแพร่ น่าน ขับยากไหม

ถนนช่วงแพร่ – น่าน ขับยากไหม?

นี่คืออีกคำถามที่มือใหม่ขับทางไกลกังวลมากที่สุด ต้องบอกตามตรงว่าถนนจากแพร่เข้าน่านเป็นช่วงที่ “มีเสน่ห์” ที่สุดของเส้นทางเพราะเป็นทางขึ้นเขาสลับกับทางโค้งมีวิวภูเขาสองข้างทางสวยงาม แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องใช้สมาธิในการขับมากกว่าช่วงถนนราบ ถนนช่วงนี้เป็นถนน 2 เลนสวนกัน มีรถบรรทุกวิ่งอยู่บ้างต้องคอยหาจังหวะแซงให้ปลอดภัย อย่าเร่งรีบ อย่าฝืนแซงในโค้ง และถ้ารู้ตัวว่าขับช้าก็อย่ากักเลนหลบให้รถหลังผ่านไปด้วย สำหรับคนที่เคยขับขึ้นเขาใหญ่หรือเขาค้อมาก่อนถนนช่วงนี้ไม่ได้ยากไปกว่านั้นเลยแค่ทำใจสบายๆ ขับตามจังหวะของตัวเองก็ไปถึงน่านได้อย่างปลอดภัย ข่าวดีสำหรับคนที่วางแผนเดินทางในปี 2568-2569 คือ มีโครงการขยายถนนหมายเลข 101 ช่วงรอยต่อแพร่-น่านเป็น 4 เลน ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นอีก

7 ค่าใช้จ่ายเดินทางต้องเตรียมเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายเดินทางต้องเตรียมเท่าไหร่?

อีกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทางคือค่าน้ำมันซึ่งจะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถและพฤติกรรมการขับ จากประสบการณ์ของนักเดินทางที่แบ่งปันกันในโลกออนไลน์ รถกระบะดีเซลใช้น้ำมันไปกลับกรุงเทพ-น่าน (รวมขับเที่ยวในน่าน) ประมาณ 2,500-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและราคาน้ำมันในช่วงนั้น รถเก๋งเบนซินอาจสิ้นเปลืองมากกว่าเล็กน้อยแต่โดยรวมแล้วค่าน้ำมันถือว่าคุ้มค่ามากถ้าเทียบกับค่าตั๋วเครื่องบินสำหรับหลายคนโดยเฉพาะถ้าไปกันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว นอกจากค่าน้ำมันแล้ว ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ระหว่างทางก็มีไม่มาก อาจมีค่าทางด่วนช่วงออกจากกรุงเทพสักเล็กน้อย ค่ากาแฟ ค่าอาหารตามจุดพัก ซึ่งราคาไม่แพงเลย เรียกว่าเป็นทริปที่เป็นมิตรกับกระเป๋ามากทีเดียว

8 เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ขับทางไกล

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ขับทางไกล

  • เช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง ตรวจยางรถ น้ำมันเครื่อง ระบบเบรก ไฟหน้า-หลัง ให้เรียบร้อย เพราะระยะทาง 630 กว่ากิโลเมตรไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
  • เตรียมเพลงหรือพอดแคสต์ไว้ฟัง การขับรถยาวๆ ถ้ามีอะไรฟังเพลินจะช่วยไม่ให้ง่วงและผ่อนคลายอารมณ์ได้ดี
  • อย่าลืมชาร์จโทรศัพท์และเตรียมที่ชาร์จในรถ เพราะ Google Maps จะกินแบตค่อนข้างเร็ว และสัญญาณโทรศัพท์บางช่วงบนเขาอาจอ่อนลงบ้าง
  • ขับในความเร็วที่พอเหมาะ ไม่ต้องเร่งแข่งกับเวลา จำไว้ว่าเป้าหมายคือถึงน่านอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ถึงเร็วที่สุด
  • พกน้ำดื่มและของว่างไว้ในรถ บางช่วงระยะทางระหว่างปั๊มอาจห่างกันพอสมควร มีของกินติดรถไว้จะอุ่นใจกว่า

9 ถึงน่านแล้ว เที่ยวอะไรดี

ถึงน่านแล้ว เที่ยวอะไรดี?

เมื่อขับรถฝ่าระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรจนถึงน่านแล้วรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเพราะน่านมีของดีรอต้อนรับเยอะมาก เริ่มจากในตัวเมืองที่ต้องไม่พลาด วัดภูมินทร์ กับภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” หรือ “กระซิบรัก” ที่โด่งดังระดับประเทศ พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่านที่สง่างามท่ามกลางบรรยากาศสงบและวัดพระธาตุเขาน้อยที่จุดชมวิวเมืองน่านยามเช้ามีทะเลหมอกสวยจนอยากกรี๊ด ถ้ามีเวลาสัก 3-4 วัน แนะนำให้ขับต่อไปเที่ยวเส้นปัว-บ่อเกลือ-สะปัน ซึ่งเป็นเส้นทางที่สวยงามอีกระดับหนึ่ง โดยเฉพาะถนนลอยฟ้าปัว-บ่อเกลือ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในถนนที่สวยที่สุดในเมืองไทย ดอยเสมอดาว สวรรค์ของนักกางเต็นท์ ชมทะเลหมอก 360 องศา และนอนดูดาวเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน หรือจะเลือกเดินเล่นในย่านเมืองเก่าน่านแบบสโลว์ไลฟ์ ซื้อของฝากจากตลาดคนเดินที่จัดกันทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ บริเวณวัดภูมินทร์ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่ทำให้ค่ำคืนที่น่านมีชีวิตชีวาไม่น้อย หากยังวางแผนไม่ครบว่าจะไปที่ไหนบ้าง สามารถดู สถานที่ท่องเที่ยวน่าน เพิ่มเติม เพื่อจัดเส้นทางเที่ยวให้เหมาะกับจำนวนวันที่มี

การขับรถจากกรุงเทพไปน่านเหมาะกับคนที่ชอบ Road Trip และต้องการแวะเที่ยวระหว่างทาง แต่หากเดินทางหลายคน มีผู้สูงอายุ หรือไม่อยากเหนื่อยกับการขับรถ 8–10 ชั่วโมง การเลือก เช่ารถตู้ไปต่างจังหวัดพร้อมคนขับ ก็ช่วยให้ทริปสะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้น

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด