ถ้าถามว่าจังหวัดไหนในภาคอีสานที่ “ไกลจากกรุงเทพ” จนหลายคนลังเลว่าจะขับรถไปดีหรือเปล่า คำตอบที่ผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ “บึงกาฬ” นี่แหละ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ดินแดนริมโขงที่เพิ่งถือกำเนิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 2554 ด้วยการแยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย ระยะทางจากกรุงเทพถึงบึงกาฬอยู่ที่ราว ๆ 750 กิโลเมตร ฟังแค่ตัวเลขก็รู้สึกได้เลยว่าไม่ใช่การเดินทางสั้น ๆ แน่นอน แต่ด้วยเสน่ห์ของถ้ำนาคา หินสามวาฬ และภูทอกที่รอต้อนรับอยู่ปลายทาง หลายคนก็พร้อมจะสตาร์ทรถออกไปโดยไม่ลังเล
ตอบตรง ๆ กี่ชั่วโมงกันแน่?
สำหรับคนที่อยากได้คำตอบสั้น ๆ กระชับ ๆ ก่อนเลย ขับรถจากกรุงเทพไปบึงกาฬใช้เวลาประมาณ 9 ถึง 11 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกใช้ สภาพการจราจร และจังหวะการแวะพักระหว่างทาง ถ้านั่งรถทัวร์โดยสารจากหมอชิต 2 เวลาเดินทางอยู่ที่ประมาณ 11 ชั่วโมงเต็ม แต่ถ้าขับรถส่วนตัวด้วยฝีมือคนที่คุ้นเส้นทาง ไม่แวะพักบ่อยเกินไป สามารถย่นลงมาเหลือราว 8-9 ชั่วโมงก็เป็นไปได้ ตัวเลข 750 กิโลเมตรนั้นเป็นระยะทางโดยประมาณผ่านเส้นทางหลัก ลองเทียบกับการขับรถจากกรุงเทพไปหนองคายที่ใช้เวลาราว 9 ชั่วโมง 30 นาที ระยะทาง 630 กิโลเมตร ก็จะเห็นภาพว่าบึงกาฬอยู่ไกลกว่าหนองคายออกไปอีกพอสมควร เพราะต้องเลียบแม่น้ำโขงขึ้นไปทางตะวันออกเพิ่มอีกกว่า 100 กิโลเมตร
เส้นทางหลักที่นิยมใช้กัน
การขับรถจากกรุงเทพไปบึงกาฬมีทางเลือกให้หลายเส้นทาง แต่ที่คนนิยมใช้กันมากที่สุดพอจะสรุปได้ดังนี้
เส้นทางที่ 1:ผ่านถนนมิตรภาพ แล้ววกไปหนองคาย
เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางคลาสสิกที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เริ่มต้นจากกรุงเทพ วิ่งขึ้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านสระบุรี แล้วเข้าถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) มุ่งหน้าผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี ไปจนถึงหนองคาย จากนั้นจึงใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เลียบแม่น้ำโขงไปยังบึงกาฬ ระยะทางรวมจากอุดรธานีไปบึงกาฬผ่านเส้นทางนี้ประมาณ 221 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 25 นาที ข้อดีของเส้นทางนี้คือถนนกว้าง ช่วงถนนมิตรภาพเป็นถนน 4 เลนตลอดสาย ระยะทางรวมจากกรุงเทพถึงหนองคายประมาณ 615 กิโลเมตร แถมยังมีปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร และจุดพักรถอยู่เป็นระยะ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมดกลางทาง เหมาะสำหรับคนที่ชอบความมั่นใจในเส้นทางที่ไม่ซับซ้อน
เส้นทางที่ 2:ผ่านอุดรธานี แล้วตรงไปสกลนคร-บึงกาฬ
อีกเส้นทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นกัน คือหลังจากผ่านอุดรธานีแล้ว แทนที่จะวิ่งขึ้นไปหนองคาย ก็เลี้ยวไปทางจังหวัดสกลนครโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 22 แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 222 มุ่งหน้าสู่บึงกาฬโดยตรง ระยะทางจากอุดรธานีถึงบึงกาฬผ่านเส้นนี้ประมาณ 230 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 30 นาที ระยะทางอาจไกลกว่าเส้นทางแรกนิดหน่อย แต่ก็มีข้อดีตรงที่ไม่ต้องวนเข้าตัวเมืองหนองคายซึ่งบางทีจราจรค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ที่ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนากันคับคั่ง
มอเตอร์เวย์ M6 ช่วยย่นเวลาได้จริงไหม?
สำหรับคนที่ตามข่าวคมนาคมอยู่บ้าง จะรู้ว่าตอนนี้มีทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 หรือ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) เปิดให้ทดลองใช้แล้ว โดยเชื่อมต่อจากอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร เส้นทางนี้ช่วยตัดปัญหาจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพช่วงสระบุรี-โคราชได้เป็นอย่างดี ถ้าใช้ M6 เป็นทางผ่านช่วงแรก จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางจากกรุงเทพถึงโคราชลงได้ราว 1-1.5 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการใช้ถนนมิตรภาพเส้นเดิมที่มักมีรถบรรทุกวิ่งเยอะ แต่ข้อควรระวังคือ มอเตอร์เวย์ M6 ยังไม่มีสถานีบริการน้ำมันเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ดังนั้น ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนขึ้นทางด่วนเสมอ
วางแผนก่อนออกเดินทาง
การขับรถระยะทาง 750 กิโลเมตรไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ต้องมีการเตรียมตัวอย่างรอบคอบ ยิ่งถ้าขับคนเดียวยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ สิ่งที่ควรวางแผนก่อนออกเดินทาง ได้แก่
เวลาออกเดินทาง แนะนำให้ออกตั้งแต่ตี 3 หรือตี 4 เพื่อเลี่ยงรถติดช่วงออกเมือง แถมจะได้ถึงบึงกาฬตอนบ่าย ๆ ยังพอมีเวลาเช็กอินที่พักและพักผ่อนก่อนเริ่มเที่ยววันถัดไป จุดแวะพัก ควรวางแผนจุดแวะพักทุก 2-3 ชั่วโมง ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ เติมน้ำมัน จุดแวะพักยอดนิยมก็อย่างเช่นปั๊มน้ำมันใหญ่ ๆ แถวสระบุรี โคราช หรือขอนแก่น น้ำมันเชื้อเพลิง รถเก๋งทั่วไปที่วิ่งได้ 12-15 กม./ลิตร ระยะทาง 750 กม. จะต้องใช้น้ำมันประมาณ 50-65 ลิตร คิดเป็นค่าน้ำมันราว 1,800-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมันและรุ่นรถ ตรวจสภาพรถ เช็กลมยาง ระบบเบรก น้ำมันเครื่อง ระบบไฟ และอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
ทำไมบึงกาฬถึงคุ้มค่าแก่การขับรถไปให้ถึง
หลายคนอาจสงสัยว่าไกลขนาดนี้ทำไมถึงต้องดั้นด้นไป คำตอบก็คือ บึงกาฬเป็นจังหวัดที่ซ่อนความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติไว้แทบจะทุกตารางนิ้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้น
หินสามวาฬ ตั้งอยู่บนภูสิงห์ เป็นหินทรายขนาดมหึมาที่เรียงตัวกัน 3 ก้อน มีอายุกว่า 75 ล้านปี เมื่อมองจากระยะไกลจะคล้ายกับครอบครัวปลาวาฬ มีทั้งพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่มีที่ไหนเหมือน ยิ่งถ้าไปถึงตอนเช้ามืดเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น ภาพทะเลหมอกที่ลอยผ่านหินสามวาฬจะงดงามจนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น
ภูทอก เป็นภูเขาหินทรายตั้งตระหง่านอยู่ในอำเภอศรีวิไล มีสะพานไม้เวียนรอบภูเขาตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 7 ทุกก้าวที่เดินขึ้นไปจะเห็นวิวที่เปลี่ยนไปอย่างน่าทึ่ง ชั้นที่ 7 จะเปิดมุมมองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจนอาจมองเห็นเทือกเขาในเขตจังหวัดนครพนมได้เลย นอกจากนี้ยังมี ถ้ำนาคา ที่ขึ้นชื่อเรื่องหินรูปร่างคล้ายพญานาค น้ำตกตาดกินรี ที่สายน้ำตกแรงจนรู้สึกถึงพลังธรรมชาติ วัดอาฮงศิลาวาส ที่เชื่อกันว่าเป็นสะดือแม่น้ำโขง และ บึงโขงหลง พื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ แต่ละแห่งต่างก็มีเรื่องราวและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป ไม่ซ้ำกันสักจุดเดียว ถ้าไปกันหลายคนแล้วหารค่าใช้จ่าย จะประหยัดกว่านั่งรถทัวร์หรือรถโดยสารอย่างเห็นได้ชัด เพราะรถทัวร์กรุงเทพ-บึงกาฬมีค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 504-611 บาทต่อคน ถ้าไป 4 คนนั่งรถทัวร์ก็ตกคนละ 500 กว่าบาท แต่ถ้าขับรถไปเองแล้วหาร 4 อาจถูกกว่าด้วยซ้ำ แถมยังได้ความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดอีกต่างหาก
เทคนิคขับทางไกลให้ปลอดภัย
การขับรถระยะทางเกือบ 800 กิโลเมตรนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนขับ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง อย่าคิดว่า “นอนบนรถได้” เพราะร่างกายจะไม่ได้พักจริง ระหว่างทางถ้ารู้สึกง่วงแม้เพียงนิดเดียวก็ควรแวะพักทันที อย่าฝืนขับเด็ดขาด
ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือตั้งแต่ผ่านอุดรธานีเข้าไปสู่เส้นทางริมโขง ถนนจะเริ่มแคบลงบางช่วง มีรถบรรทุกอ้อยหรือรถขนยางพาราวิ่งเยอะ เพราะบึงกาฬเป็นแหล่งเพาะปลูกยางพาราที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ผลผลิตยางพาราในปี 2565 สูงถึง 208,035 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 15.6% ของผลผลิตทั้งภาค รถบรรทุกเหล่านี้มักวิ่งช้าและตัวใหญ่ ต้องใจเย็นรอจังหวะแซงที่ปลอดภัย
อนาคตของการเดินทางสู่บึงกาฬ
ข่าวดีสำหรับคนที่รู้สึกว่าเส้นทางไปบึงกาฬไกลเกินไป กรมทางหลวงมีโครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมโยงระหว่างอุดรธานีกับบึงกาฬโดยตรง ระยะทาง 155 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท เส้นทางสายใหม่นี้จะร่นระยะทางจากอุดรธานีถึงบึงกาฬลงได้กว่า 65-75 กิโลเมตร และลดเวลาเดินทางลงถึง 2 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับเส้นทางปัจจุบัน
โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ที่กำลังจะเปิดใช้งาน ซึ่งจะเปลี่ยนบึงกาฬจากจังหวัดปลายทางให้กลายเป็น “ประตูการค้าชายแดนแห่งใหม่” ของภาคอีสาน ตอนนั้นการขับรถจากกรุงเทพไปบึงกาฬน่าจะสะดวกและรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ท้ายที่สุดนี้ ถ้าถามว่าขับรถจากกรุงเทพไปบึงกาฬคุ้มไหม คำตอบขึ้นอยู่กับว่าพร้อมจะเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ มากแค่ไหน บึงกาฬเป็นจังหวัดที่ประชากรไม่ถึง 400,000 คน ธรรมชาติยังบริสุทธิ์ อากาศดี ผู้คนเป็นมิตร อาหารอีสานรสแซ่บแบบต้นตำรับ เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว บึงกาฬเป็นจุดหมายปลายทางที่ทำให้ทุกกิโลเมตรที่ขับผ่านมานั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน
“`