ถ้าถามว่าจังหวัดไหนในภาคอีสานที่กำลังมาแรงเรื่องท่องเที่ยว ชื่อของ “บุรีรัมย์” ต้องถูกพูดถึงอยู่ในลำดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปราสาทหินอันยิ่งใหญ่ สนามแข่งรถระดับโลก หรือทีมฟุตบอลที่แฟนบอลทั้งประเทศรู้จักกันดี จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนกรุงเทพที่อยากหนีเมืองไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักวันสองวัน แต่คำถามแรกที่ใครหลายคนมักสงสัยก่อนจะจัดกระเป๋าขึ้นรถ คือ “ขับรถจากกรุงเทพไปบุรีรัมย์ใช้เวลากี่ชั่วโมงกันแน่?” วันนี้จะพามาไขข้อสงสัยนี้แบบละเอียดยิบ พร้อมบอกเส้นทาง จุดแวะพัก และค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้ ให้ทริปนี้ราบรื่นตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงปลายทาง
ระยะทางและเวลาที่ใช้จริง ๆ บนถนน
พูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ระยะทางจากกรุงเทพไปถึงตัวเมืองบุรีรัมย์อยู่ที่ราว ๆ 386–410 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้เส้นทางไหน ถ้าสภาพการจราจรปกติ ไม่ได้เจอรถติดหนักมาก และไม่ได้ออกตรงช่วงวันหยุดยาว คนส่วนใหญ่ใช้เวลาขับรถประมาณ 4–6 ชั่วโมง ตัวเลขนี้อาจดูห่างกันพอสมควร เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เวลาเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ทั้งสภาพถนน จุดก่อสร้าง ช่วงเวลาที่ออกเดินทาง และที่สำคัญคือ “คุณแวะกินข้าวระหว่างทางกี่ครั้ง” สำหรับคนที่ขับรถคล่อง ไม่แวะเยอะ และออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดราว ๆ ตี 4–5 ก็มีโอกาสถึงบุรีรัมย์ได้ภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งถึง 5 ชั่วโมง แต่ถ้าออกสายหน่อย ราว ๆ 8–9 โมงเช้า อาจต้องเผื่อเวลาเพิ่มอีกสักชั่วโมง เพราะจะไปชนกับรถบรรทุกและรถโดยสารที่วิ่งเต็มถนนในช่วงกลางวัน
เส้นทางหลักที่นิยมใช้กัน
เส้นทางผ่านถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2)
เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางคลาสสิกที่คนไปอีสานรู้จักกันดี เริ่มจากกรุงเทพฯ วิ่งขึ้นเหนือไปตามถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ผ่านรังสิต ปทุมธานี อยุธยา แล้วมุ่งหน้าไปสระบุรี จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ตรงดิ่งไปยังนครราชสีมา พอถึงโคราชแล้ว ให้แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 224 และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 24 สายโชคชัย–เดชอุดม ผ่านอำเภอหนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ตามทางหลวงหมายเลข 218 ข้อดีของเส้นนี้คือถนนกว้าง สภาพผิวจราจรดี รถวิ่งได้ลื่น มีปั๊มน้ำมันและร้านอาหารให้แวะตลอดเส้นทาง ใครที่เพิ่งเคยขับทางไกลครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหลงทาง เพราะป้ายบอกทางชัดเจน
เส้นทางผ่านมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช)
ถ้าอยากวิ่งเร็วและสบาย มอเตอร์เวย์สาย M6 บางปะอิน–นครราชสีมา คือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เส้นนี้มีระยะทาง 196 กิโลเมตร เชื่อมกรุงเทพไปถึงขามทะเลสอ นครราชสีมา โดยไม่ต้องฝ่ารถบรรทุกบนถนนมิตรภาพ ค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ คิดตามระยะทาง เริ่มต้นค่าแรกเข้า 10 บาท บวกอีก 1.25 บาทต่อกิโลเมตร หากวิ่งตลอดเส้นทางตั้งแต่ด่านบางปะอินจนถึงด่านขามทะเลสอ ค่าผ่านทางสูงสุดอยู่ที่ 240 บาท พอลงจากมอเตอร์เวย์ที่โคราชแล้ว ก็ต่อทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งหน้าไปบุรีรัมย์เหมือนกับเส้นแรก ข้อดีหลัก ๆ ของเส้นนี้คือช่วยตัดเวลาเดินทางช่วงกรุงเทพ–โคราชได้เยอะ โดยเฉพาะวันศุกร์เย็นหรือวันหยุดยาวที่ถนนมิตรภาพมักจะแน่นเป็นลานจอดรถ
เส้นทางผ่านฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี
อีกเส้นหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ค่อยนึกถึง คือเส้นที่วิ่งผ่านมอเตอร์เวย์สาย 7 ไปฉะเชิงเทรา แล้วต่อไปทาง กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี ก่อนจะเข้าสู่เขตนครราชสีมาและไปบุรีรัมย์ เส้นนี้เหมาะกับคนที่อยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ หรือคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงถนนมิตรภาพในช่วงเทศกาล ระยะทางอาจไกลกว่านิดหน่อย แต่ถ้าถนนมิตรภาพรถติดหนัก เส้นนี้ก็อาจเร็วกว่าได้ในบางสถานการณ์
จุดแวะพักระหว่างทาง ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ขับไป
การขับรถทางไกลกว่า 400 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ร่างกายต้องการพักผ่อนเป็นระยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนแนะนำว่าควรจอดพักทุก ๆ 2 ชั่วโมง หรือทุก 150–200 กิโลเมตร เพื่อยืดเส้นยืดสาย ล้างหน้า กินอะไรเบา ๆ แล้วค่อยขับต่อ ถ้าใช้เส้นทางผ่านถนนมิตรภาพ จุดแวะพักยอดนิยมอยู่แถวสระบุรี โดยเฉพาะโซนปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องน้ำสะอาด พร้อมสรรพ พอเข้าเขตนครราชสีมาก็มีจุดแวะอีกเพียบ โดยเฉพาะย่านปากช่อง ที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านสเต๊กและผลิตภัณฑ์จากฟาร์มโคนม ส่วนถ้าใช้มอเตอร์เวย์ M6 ก็มีจุดพักรถ (Rest Area) ให้บริการระหว่างทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ตั้งแต่ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ไปจนถึงห้องน้ำสะอาด หมดห่วงเรื่องไม่มีที่แวะ
ข้อควรระวังและเคล็ดลับให้ทริปราบรื่น
ขับรถทางไกลไม่ใช่แค่กดคันเร่งแล้ววิ่งอย่างเดียว มีหลายเรื่องที่ต้องเตรียมตัว ลองเช็กรายการเหล่านี้ก่อนออกเดินทาง ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง ดูน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น ลมยาง และไฟต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ยิ่งช่วงหน้าร้อนยิ่งต้องระวังเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์ เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออก ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าน้ำมันจะหมดกลางทาง ออกเดินทางเช้า ๆ ช่วงตี 4–5 เป็นเวลาทองของคนขับรถไปอีสาน ถนนโล่ง อากาศเย็นสบาย ขับสบายกว่าตอนแดดเปรี้ยง ไม่ขับเร็วเกินกำหนด ถนนมิตรภาพและทางหลวง 24 มีจุดตรวจจับความเร็วหลายจุด ทำความเร็วได้ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนปกติ และ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนมอเตอร์เวย์ ระวังรถบรรทุก โดยเฉพาะช่วงทางหลวงหมายเลข 24 ที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเยอะ ควรเว้นระยะห่างให้มากพอ และอย่าแซงในจุดที่มองไม่เห็นรถสวน เตรียมเพลงหรือพอดแคสต์ไว้ฟัง 4–6 ชั่วโมงบนรถ ถ้าไม่มีอะไรฟังอาจง่วงได้ง่าย หาอะไรมาช่วยให้ตื่นตัวจะดีกว่า
ถึงบุรีรัมย์แล้ว ไปเที่ยวไหนดี?
เมื่อขับรถมาถึงบุรีรัมย์แล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะจังหวัดนี้มีของดีซ่อนอยู่เยอะกว่าที่คิด
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง คือสถานที่ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต ปราสาทหินอายุกว่าพันปีที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สร้างขึ้นในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย สถาปัตยกรรมเขมรโบราณที่ประณีตงดงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปราสาทหินที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ทุกปีจะมีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องบานประตูของปราสาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเป็นสักขีพยาน ปราสาทหินเมืองต่ำ อยู่ห่างจากพนมรุ้งเพียง 8 กิโลเมตร เป็นปราสาทหินขนาดใหญ่ร่วมสมัยเดียวกัน ภายในมีสระน้ำ ระเบียงคด ซุ้มประตู และกลุ่มปราสาทอิฐที่ยังคงงดงาม เหมาะสำหรับคนรักประวัติศาสตร์ที่อยากสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคไปสมัยอาณาจักรขอม
สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต สำหรับสายสปอร์ตที่หลงใหลความเร็ว สนามแข่งรถระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP มาแล้วหลายสมัย ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนบุรีรัมย์และคนไทยทั้งประเทศ สนามฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือที่แฟนบอลเรียกกันว่า “ปราสาทสายฟ้า” ถ้ามาถึงบุรีรัมย์ในวันที่มีแมตช์แข่งขัน ควรหาตั๋วเข้าไปชมสักครั้ง บรรยากาศในสนามร้อนแรงไม่แพ้สนามฟุตบอลระดับยุโรปเลยทีเดียว
วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน หรือวัดระหาน สำหรับคนที่ชอบเที่ยววัดสวย ๆ ที่นี่เป็นวัดที่ประดิษฐานพระมหาธาตุรัตนเจดีย์อันงดงาม บรรยากาศร่มรื่นสงบเงียบ เหมาะกับการมาทำบุญและปฏิบัติธรรม แถมยังมีฝูงนกยูงเดินเล่นให้ชมอีกด้วย
สรุปทิ้งท้ายก่อนติดเครื่องออกเดินทาง ขับรถจากกรุงเทพไปบุรีรัมย์ไม่ได้ไกลหรือยากอย่างที่หลายคนกังวล ระยะทางประมาณ 386–410 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4–6 ชั่วโมง ถนนสภาพดี ป้ายบอกทางชัดเจน มีจุดแวะพักให้เลือกตลอดเส้นทาง ถ้าอยากวิ่งเร็วหน่อยก็ขึ้นมอเตอร์เวย์ M6 จ่ายค่าทางด่วนสูงสุดแค่ 240 บาท แต่ประหยัดเวลาได้เป็นชั่วโมง เคล็ดลับง่าย ๆ คือออกเดินทางเช้า ตรวจสภาพรถให้เรียบร้อย เตรียมน้ำดื่มและของขบเคี้ยวไว้ในรถ จอดพักทุก 2 ชั่วโมง แล้วทริปบุรีรัมย์ของคุณจะเป็นทริปที่สนุกตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะไปกราบปราสาทพนมรุ้ง ไปเชียร์บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือแค่อยากไปกินลูกชิ้นยืนกินสักรอบ รับรองว่าคุ้มค่าทุกกิโลเมตรที่ขับมาแน่นอน