ถ้าพูดถึงการขับรถข้ามภาคในประเทศไทย เส้นทางกรุงเทพฯ–มหาสารคามถือว่าไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้เลย เพราะระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรนั้นแปลว่าคุณต้องเตรียมตัวให้ดีทั้งร่างกายและรถ บทความนี้จะพาไปไล่เรียงทุกรายละเอียดตั้งแต่เวลาที่ใช้เดินทาง เส้นทางที่ควรเลือก ไปจนถึงเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ทริปนี้ราบรื่นกว่าที่คิด
ใช้เวลานานแค่ไหน
ประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือก เวลาที่ออกเดินทาง และสภาพการจราจร ณ วันนั้น ถ้าคุณออกจากกรุงเทพฯ ในช่วงรุ่งเช้าก่อน 6 โมง เลือกทางด่วนออกนอกเมืองไปก่อน แล้วเร่งฝีเท้าบนมิตรภาพตั้งแต่ยังไม่มีรถหนาแน่น มีโอกาสสูงมากที่จะถึงมหาสารคามก่อนเที่ยง ระยะทางจริงๆ แตกต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละเส้นทาง บางเส้นอยู่ที่ราว 450–470 กิโลเมตร บางเส้นยาวกว่าหน่อยที่ใกล้ๆ 510 กิโลเมตร แต่ถ้าคุณเลือกออกวันศุกร์บ่ายโมง หรือช่วงเทศกาลหยุดยาว ขอบอกตรงๆ ว่าตัวเลข 8 ชั่วโมงอาจจะพอๆ กับความฝัน เพราะแค่ออกจากกรุงเทพฯ ให้พ้นก็กินเวลาไปครึ่งค่อนชั่วโมงแล้ว
เส้นทางหลักที่คนนิยมใช้
เส้นทางมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2)
นี่คือสายหลักที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ และถ้าพูดกันตรงๆ มันก็ใช่เลยที่สุด โดยเฉพาะถ้าคุณคุ้นเคยกับเส้นนี้อยู่แล้ว เส้นทางจะวิ่งขึ้นเหนือผ่านรังสิต แล้วต่อด้วยถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ไปจนถึงสระบุรี จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสู่นครราชสีมา ผ่านมวกเหล็ก แก่งคอย เข้าโคราช แล้วต่อไปยังขอนแก่น และสุดท้ายเข้าสู่มหาสารคามผ่านทางหลวงหมายเลข 23 ระยะทางรวมโดยประมาณบนเส้นนี้คือ 450–470 กิโลเมตร และถ้าการจราจรปกติ ใช้เวลาราว 6 ชั่วโมง 20 นาที ถึง 7 ชั่วโมง สิ่งที่ต้องระวังบนเส้นมิตรภาพคือช่วงผ่านเขตเมืองขอนแก่น รถจะหนาแน่นขึ้นอีกระดับ โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ถ้าทำได้ก็ผ่านขอนแก่นก่อน 7 โมงเช้าจะดีที่สุด
เส้นทางผ่านบ้านไผ่–พระยืน
อีกตัวเลือกที่นักเดินทางหลายคนไม่รู้ว่ามี คือแทนที่จะวิ่งเข้าเมืองขอนแก่นตรงๆ คุณสามารถตัดออกทางบ้านไผ่เพื่อเลี่ยงตัวเมืองขอนแก่น แล้วลงมายังมหาสารคามได้เลย ระยะทางใกล้เคียงกัน แต่บางวันเซฟเวลาได้ 20–30 นาที โดยไม่ต้องฝ่าไฟแดงในเมืองเลยแม้แต่ครั้งเดียว
จุดพักระหว่างทางที่ควรแวะ
การขับรถทางไกลครั้งเดียวรวดโดยไม่หยุดพักเลยนั้นไม่ดีทั้งต่อร่างกายและต่อความปลอดภัย แนะนำให้หยุดพักอย่างน้อย 1–2 ครั้งตลอดเส้นทาง ปั๊มบริเวณมวกเหล็ก–แก่งคอย เป็นจุดพักแรกยอดนิยม ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 120 กิโลเมตร ที่นี่มีร้านอาหาร ห้องน้ำ และปั๊มน้ำมันครบครัน หลายคนแวะกินข้าวเช้าที่นี่ก่อนเร่งต่อ บริเวณนครราชสีมา (โคราช) ถ้าคุณหิวข้าวเที่ยงหรืออยากแวะเติมน้ำมัน บริเวณโคราชมีตัวเลือกมากมาย ทั้งปั๊มใหญ่ ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงโคราชอยู่ที่ราว 260 กิโลเมตร ถือเป็นจุดกึ่งกลางเส้นทางพอดิบพอดี ขอนแก่น ถ้าคุณผ่านขอนแก่นช่วงบ่าย ก็เป็นจุดแวะพักที่ดีก่อนจะถึงมหาสารคามซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกแค่ 50–60 กิโลเมตร
เคล็ดลับก่อนออกเดินทาง
ก่อนจะออกจากบ้านทุกครั้ง มีบางอย่างที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่กลับสำคัญมากในการเดินทางไกล เช็กรถให้พร้อม ลมยาง น้ำมันเครื่อง น้ำหม้อน้ำ และน้ำมันเชื้อเพลิง อย่าปล่อยให้น้ำมันเหลือต่ำกว่าครึ่งถังก่อนขึ้นทางด่วนออกกรุงเทพฯ เพราะถ้ารถมีปัญหากลางทาง หาช่างได้ไม่ยากในเมือง แต่กลางทุ่งอีสานคืออีกเรื่องหนึ่งเลย ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ด้วย บางช่วงระหว่างทาง โดยเฉพาะหลังผ่านขอนแก่นออกมา สัญญาณอินเทอร์เน็ตอาจไม่เสถียรเสมอไป การมีแผนที่ออฟไลน์เตรียมไว้จะช่วยได้มากเวลาจำเป็น พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับ การขับรถระยะทางเกิน 400 กิโลเมตรในสภาพง่วงนอนนั้นอันตรายกว่าที่คิดมาก ถ้ารู้สึกว่าตัวเองไม่ฟิตพอ ให้นอนพักก่อนแล้วค่อยออกเดินทางตอนเช้าจะดีกว่า เตรียมเงินสดไว้บ้าง สำหรับค่าทางด่วนในกรุงเทพฯ แต่ละด่านคิดราว 50 บาทต่อคัน บางด่านรับบัตรเครดิตหรือ EasyPass ได้ แต่มีเงินสดสำรองไว้ก็สบายใจกว่า
สรุป
ขับรถจากกรุงเทพฯ ไปมหาสารคามใช้เวลากี่ชั่วโมง คำตอบคือ 6–7 ชั่วโมงถ้าออกเช้าและจราจรปกติ และอาจยืดไปถึง 8 ชั่วโมงหรือมากกว่าในวันที่รถหนาแน่น เส้นทางที่คนนิยมที่สุดคือผ่านมิตรภาพเข้าขอนแก่นแล้วต่อทางหลวง 23 ลงมหาสารคาม ระยะทางโดยรวมราว 450–470 กิโลเมตร แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข คือการเตรียมตัวให้พร้อม ออกเดินทางให้เช้า พักเมื่อเหนื่อย และอย่าเร่งรีบจนลืมเพลิดเพลินไปกับการเดินทาง เพราะบางครั้ง ถนนตรงหน้านั้นคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่คุณจะจำได้นานกว่าจุดหมายปลายทางเสียอีก