เชียงใหม่ไม่ได้มีดีแค่วัดสวยกับข้าวซอยหอมเครื่องแกง เมืองเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาแห่งนี้ค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเมืองกาแฟที่คึกคักที่สุดของไทย ด้วยภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่สูง อากาศเย็น และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกอาราบิก้า ทำให้รอบเมืองเต็มไปด้วยไร่กาแฟคุณภาพดี ไม่แปลกเลยที่ร้านกาแฟจะมีให้เลือกแทบทุกมุมเมือง ตั้งแต่ถนนใหญ่ไปจนถึงซอยเล็ก ๆ แต่ในบรรดาร้านนับร้อยนับพัน จะเลือกร้านไหนให้คุ้มค่ากับเวลาและท้องที่มีพื้นที่จำกัด? นี่คือ 10 ร้านที่เราอยากแนะนำให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
1. Ristr8to ตำนานแชมป์โลกลาเต้อาร์ตแห่งนิมมาน
ถ้าพูดถึงร้านกาแฟเชียงใหม่ ชื่อของ Ristr8to แทบจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ร้านเปิดมาตั้งแต่ปี 2554 โดย “โต้ง” อานนท์ ธิติประเสริฐ บาริสต้าผู้คว้าแชมป์ World Latte Art Championship ปี 2017 ที่บูดาเปสต์ คาแรกเตอร์ของร้านชัดเจนตั้งแต่ชื่อที่เล่นกับเลข 8 ไปจนถึงเวลาเปิด–ปิด 7:08 – 18:08 น. ความใส่ใจในรายละเอียดสะท้อนออกมาในทุกแก้ว โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Satan Latte ที่ทั้งสวยและรสชาติเข้มกลมกล่อม หรือ Ficardie ที่เสิร์ฟมาในแก้วทรงหัวกะโหลก เพิ่มลูกเล่นเล็ก ๆ ให้การดื่มกาแฟสนุกขึ้น
พิกัด: 15/3 ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 3 ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่
2. Akha Ama Coffee กาแฟจากหัวใจชาวดอย
Akha Ama ไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟ แต่เป็นเรื่องราวของการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างจริงจัง ก่อตั้งโดย ลี อายุ จือปา ชาวอาข่าจากเชียงราย ที่ต้องการให้เกษตรกรบนดอยขายกาแฟได้ในราคาที่เป็นธรรม เมล็ดกาแฟที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นอาราบิก้าสายพันธุ์คุณภาพ เช่น Catuai และ Typica ปลูกแบบผสมผสานในระบบวนเกษตร แล้วนำมาคั่วและชงอย่างพิถีพิถัน รสชาติที่ได้จึงสะอาด ชัด และมีเอกลักษณ์ สาขาบนถนนราชดำเนินในเขตเมืองเก่าให้บรรยากาศอบอุ่น ชั้นสองค่อนข้างสงบ เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือหรือทำงานเงียบ ๆ ช่วงบ่าย
พิกัด: ถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ (มี 4 สาขาในเชียงใหม่)
3. Graph Coffee ความเรียบง่ายที่ซ่อนความซับซ้อน
Graph เริ่มจากร้านเล็ก ๆ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่คนรักกาแฟพูดถึงเสมอ จุดเด่นคือการออกแบบเมนูที่กล้าผสมวัตถุดิบใหม่ ๆ เข้ากับกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นโทนิค ดอกอัญชัน หรือเมนูไนโตรโคลด์บริวที่ทำออกมาได้เนียนนุ่ม สาขาแรกในเมืองเก่ามีพื้นที่ไม่มาก แต่ให้บรรยากาศอบอุ่น ส่วนสาขา One Nimman จะกว้างขึ้นและเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับคนที่อยากลองเมนูซิกเนเจอร์แบบไม่ต้องเบียดเสียดมากนัก
พิกัด: ซอย 2 ถนนราชดำเนิน ต.พระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม่
4. The Baristro at Ping River คาเฟ่ริมน้ำปิงที่ใครก็ต้องมา
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องทำเลริมแม่น้ำปิง โต๊ะด้านนอกที่หันหน้าเข้าหาน้ำเป็นมุมยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่แสงแดดอ่อน ๆ สะท้อนผิวน้ำ การตกแต่งโทนขาว–ไม้ ดูสะอาดตา มีทั้งโซนห้องแอร์และโซนกลางแจ้ง กาแฟรสชาติค่อนข้างนุ่ม ดื่มง่าย เหมาะกับทั้งสายถ่ายรูปและคนที่อยากนั่งพักผ่อนยาว ๆ
พิกัด: ซอยป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมือง เชียงใหม่ เปิดทุกวัน 08.00-19.00 น.
5. Fern Forest Café ป่าเฟิร์นกลางเมืองที่ทำให้ลืมเวลา
ร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง ทั้งที่อยู่กลางเมือง ต้นเฟิร์นหนาแน่น เสียงน้ำไหลเบา ๆ และแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นแบบไม่ต้องออกนอกตัวเมือง นอกจากกาแฟแล้ว ของหวานคืออีกหนึ่งจุดเด่น โดยเฉพาะ Molten Chocolate Cake และพายแอปเปิลเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา เหมาะกับการมานั่งชิลช่วงสายหรือบ่ายแก่ ๆ
พิกัด: 54/1 ถนนสิงหราช ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ เปิดทุกวัน 08.00-19.00 น.
6. Ministry of Roasters สถาปัตยกรรมสุดล้ำที่ซ่อนกาแฟระดับพระกาฬ
แค่ตัวอาคารก็ดึงสายตาแล้ว ด้วยเส้นสายโค้งมนที่แตกต่างจากร้านทั่วไป ภายในร้านโปร่งโล่ง มองเห็นกระบวนการทำกาแฟได้ชัดเจน ที่นี่เน้นความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกเมล็ด คั่ว ไปจนถึงการสกัด เมนู Drip Filter ที่เสิร์ฟพร้อมข้อมูล tasting note เหมาะกับคนที่อยากค่อย ๆ ทำความเข้าใจรสชาติกาแฟในแต่ละตัว
พิกัด: ย่านเมืองเชียงใหม่ (เช็คพิกัดล่าสุดใน Google Maps: Ministry of Roasters Chiang Mai)
7. Carp Café จิบกาแฟท่ามกลางฝูงปลาคาร์ปนับพันตัว
ตั้งอยู่ที่หางดง ตัวร้านล้อมรอบด้วยบ่อปลาคาร์ปขนาดใหญ่ มีสะพานแดงและมุมตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะกับการมาพักผ่อนหรือพาครอบครัวมาใช้เวลาแบบสบาย ๆ นอกจากเครื่องดื่ม ยังมีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหลากหลาย โต๊ะบางจุดสามารถนั่งใกล้น้ำได้ เพิ่มประสบการณ์ที่ต่างจากคาเฟ่ในเมือง
พิกัด: ต.หนองควาย อ.หางดง เชียงใหม่ เปิดทุกวัน 09.30-18.00 น.
8. MARS.cnx คาเฟ่ดาวอังคารที่ไม่ต้องขึ้นยานอวกาศ
ร้านนี้มาในคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างชัดเจน ตกแต่งโทนหินและแสงสลัว ให้บรรยากาศคล้ายภูมิประเทศบนดาวอังคาร หลายมุมออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะ แม้ธีมจะโดดเด่น แต่เมนูกาแฟก็ทำได้ดี โดยเฉพาะ Orange Espresso ที่ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่นตัดกับเอสเพรสโซได้ลงตัว
พิกัด: 27 ถนนอารักษ์ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เชียงใหม่ เปิดทุกวัน 08.30-18.00 น.
9. Roast8ry เมื่อศิลปะลาเต้อาร์ตกลายเป็นวิทยาศาสตร์
อีกหนึ่งร้านในเครือเดียวกับ Ristr8to แต่มีโทนที่ต่างออกไป ดีไซน์ร้านสไตล์คอนกรีตดิบ ให้ความรู้สึกจริงจังมากขึ้น ที่นี่เน้นกาแฟคุณภาพสูงและลาเต้อาร์ตระดับแข่งขัน รวมถึงเมนู Coffee Cocktail สำหรับคนที่อยากลองอะไรแปลกใหม่ เหมาะกับทั้งสายดื่มจริงจังและสายลองของใหม่
พิกัด: ย่านนิมมานเหมินท์ อ.เมือง เชียงใหม่
10. Morestto มุมถ่ายรูปสวยจัดหนัก กาแฟจัดเต็ม
ปิดท้ายกันด้วย Morestto ตั้งอยู่ในนิมมานซอย 6 ร้านตกแต่งโทนอบอุ่น มีหลายมุมให้เลือกนั่ง ทั้งมุมหน้าต่าง บันได และโซนด้านหน้า เมนูมีทั้งกาแฟและเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้เลือกครบ เบเกอรีก็น่าสนใจ ราคาอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ เหมาะกับการแวะพักหลังเดินเล่นย่านนิมมาน
พิกัด: นิมมานเหมินท์ ซอย 6 ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ เปิดทุกวัน 08.30-18.30 น.
สรุป ทำไมเชียงใหม่ถึงเป็นเมืองกาแฟ?
ข้อได้เปรียบสำคัญของเชียงใหม่คือความใกล้ชิดระหว่างร้านกาแฟกับแหล่งปลูก ขับรถออกจากตัวเมืองไม่นานก็ถึงพื้นที่เพาะปลูกบนดอย เจ้าของร้านหลายแห่งทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร เลือกเมล็ดได้ตั้งแต่ต้นทาง กาแฟอาราบิก้าที่ปลูกในระดับความสูงกว่า 1,300 เมตร ให้รสชาติสดใส มีมิติ และมักมีกลิ่นผลไม้หรือความหวานธรรมชาติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เชียงใหม่กลายเป็นจุดหมายสำคัญของคนรักกาแฟทั้งชาวไทยและต่างชาติ