10 อันดับ ร้านกาแฟกรุงเทพมหานคร ที่คนรักกาแฟต้องไปลองสักครั้ง

Share this post :

หัวข้อน่าสนใจ

กรุงเทพมหานครไม่ได้มีดีแค่รถติดและอากาศร้อน ถ้าคุณรู้จักมองในมุมที่ต่างออกไป เมืองหลวงแห่งนี้คือสวรรค์ของคนรักกาแฟอย่างแท้จริง ลองนึกภาพตอนเช้าวันหยุด กลิ่นกาแฟลอยมาแตะจมูก มือกุมแก้วอุ่นๆ นั่งอยู่ในร้านที่บรรยากาศดี ไม่มีนาฬิกา ไม่มีกำหนด นั่นแหละคือความสุขที่ร้านกาแฟดีๆ มอบให้ได้

ปัจจุบันกรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมกาแฟที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ทั้งกาแฟสเปเชียลตี้ระดับแชมป์โลก ร้านโรงคั่วที่ส่งหอมกรุ่นไปทั้งซอย ไปจนถึงคาเฟ่บรรยากาศชิลที่ทำให้ลืมเรื่องวุ่นวายทุกอย่างได้ชั่วคราว มาดูกันว่า 10 ร้านกาแฟที่น่าไปลองที่สุดในตอนนี้มีที่ไหนบ้าง

Factory Coffee ราชเทวี

1. Factory Coffee — ราชเทวี

ถ้าพูดถึงกาแฟสเปเชียลตี้กรุงเทพ ชื่อ Factory Coffee ต้องผุดขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรก ร้านนี้ไม่ได้โอ้อวดเรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยืนหยัดด้วยคุณภาพกาแฟที่จริงจังจนได้รับการยอมรับในระดับสากล บาริสต้าที่นี่ผ่านการแข่งขันระดับชาติ ความพิถีพิถันในการชงทุกแก้วทำให้รสชาติคงเส้นคงวาทุกวัน ไม่ว่าจะสั่ง Espresso สั้นกระชับ หรือ Filter Coffee ที่ชงแบบ Slow Bar ก็ตามใจ
สิ่งที่ทำให้ Factory Coffee ต่างจากร้านอื่นคือพื้นที่สไตล์อินดัสเทรียลที่ดูดิบแต่มีไออุ่นแปลกๆ ผสมอยู่ บาริสต้าพร้อมอธิบายเรื่องกาแฟให้ฟังตั้งแต่กระบวนการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการสกัด ถ้าคุณอยากรู้ หรือถ้าแค่อยากแวะดื่ม Flat White เงียบๆ ก็ไม่มีใครบังคับ

  • ที่อยู่: 49 ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 8.00 – 15.30 น.
  • ราคา: 120–280 บาท

    Rolling Roasters ตลิ่งชัน

2. Rolling Roasters — ตลิ่งชัน

ถ้าคุณยังไม่เคยเข้าร้านคาเฟ่แล้วรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในโลกอีกใบ Rolling Roasters จะทำให้คุณได้สัมผัสความรู้สึกนั้น ดีไซน์ภายในสไตล์ลอฟต์อินดัสเทรียล โชว์พื้นผิว บวกกับลูกโลก 3 ใบสัญลักษณ์ประจำร้านที่แทนกาแฟจาก Past – Present – Future ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าแค่ร้านกาแฟ มันคือพื้นที่เล่าเรื่องราว

เมล็ดกาแฟที่นี่มีให้เลือกมากถึง 37 สายพันธุ์ บาริสต้าหลายคนมีดีกรีแชมป์ระดับประเทศ เมนูที่ต้องลองคือ Signature Kanda, Yuzu Sparkling และ World Syphon Blend ที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ แนะนำให้ไปเช้าๆ เพราะช่วงบ่ายแดดร้อนและคนเยอะ

  • ที่อยู่: 288 ถนนพรานนก – พุทธมณฑลสาย 4 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 7.00 – 17.30 น.
  • ราคา: เริ่มต้น 100 บาทขึ้นไป

NANA Coffee Roasters อารีย์

3. NANA Coffee Roasters — อารีย์

ย่านอารีย์มีคาเฟ่เยอะ แต่ NANA Coffee Roasters คือหนึ่งในไม่กี่ร้านที่ไปแล้วติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ บรรยากาศเรือนกระจกที่แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาทุกมุม ทำให้รู้สึกโล่งและผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา เมล็ดกาแฟหมุนเวียนตามฤดูกาล มีทั้งจากไทยและต่างประเทศให้เปรียบเทียบกันในคราวเดียว

เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Orange Tonic คือตัวอย่างที่ดีว่าร้านนี้ไม่ได้หยุดแค่กาแฟแบบเดิมๆ แต่ทดลองผสมรสชาติใหม่ๆ โดยไม่ทำลายเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟ เหมาะสำหรับทั้งคอกาแฟเข้าขั้นและมือใหม่ที่อยากลองดื่มกาแฟดีๆ โดยไม่รู้สึกกดดัน

  • ที่อยู่: 24/2 ซอยอารีย์ 4 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
  • เวลาเปิด: จ.–ศ. 7.00–18.00 น. / ส.–อา. 8.00–18.00 น.
  • ราคา: 120–260 บาท

Roots Coffee ทองหล่อ The Commons

4. Roots Coffee — ทองหล่อ (The Commons)

หลายคนรู้จัก Roots ในฐานะร้านกาแฟที่จุดประกายยุคสเปเชียลตี้ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าคุณยังไม่เคยไป บอกเลยว่านี่คือสิ่งที่คุณพลาดมานานมาก รสชาติที่นี่เน้น “ความสะอาด” ของกาแฟ แต่ละแก้วมีโน้ตชัดเจน ไม่ขม ไม่เปรี้ยวจนเกินไป ชงมาเพื่อให้คุณรู้สึกว่า “อ๋อ กาแฟมันรสชาติแบบนี้นี่เอง”

ตำแหน่งที่ The Commons ทองหล่อเพิ่มมิติความชิลให้กับการดื่มกาแฟ เหมาะกับวันที่อยากนั่งนานๆ ไม่รีบ Cold Brew ของที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมนูที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เพราะรสชาติเต็มแต่ไม่มีความขมแม้แต่นิด ใครที่ดูดแดดมาตลอดวันต้องลอง

  • ที่อยู่: Market Floor The Commons สุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
  • เวลาเปิด: จ.–ศ. 7.00–17.30 น. / ส.–อา. 7.00–19.00 น.
  • ราคา: 100–220 บาท

Gallery Drip Coffee สยาม BACC

5. Gallery Drip Coffee — สยาม (BACC)

มีกี่คนที่รู้ว่าในหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มีร้านกาแฟที่ดริปกาแฟด้วยมือแบบจริงจังอยู่ด้วย Gallery Drip Coffee คือสถานที่ที่การชงกาแฟถูกปฏิบัติเหมือนงานศิลปะชนิดหนึ่ง บาริสต้าชั่งเมล็ด ตีบด และเทด้วยจังหวะที่แม่นยำ สายตาจดจ่อราวกับกำลังวาดภาพ

เมล็ดกาแฟต้นกำเนิดเดี่ยว มีทั้งล็อตจากไทยและต่างประเทศ ชงมาเพื่อเน้นความชัดเจนและกลิ่นหอม ราคาย่อมเยากว่าหลายร้านในระดับเดียวกัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค้าสำหรับคนที่อยากดื่มกาแฟดีโดยไม่ต้องเสียสละกระเป๋าสตางค์ แวะได้เลยระหว่างดูนิทรรศการ

  • ที่อยู่: หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ใกล้ BTS สยาม
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 10.30 – 19.30 น.
  • ราคา: 90–180 บาท

Bottomless สุขุมวิท 33

6. Bottomless — สุขุมวิท 33

หากคุณเป็นสายคอนเทนต์ สายถ่ายรูป หรือแค่อยากตื่นนอนมาบรันช์ในบรรยากาศดีๆ Bottomless สาขาสุขุมวิท 33 คือคำตอบ ภายนอกร้านโดดเด่นด้วยอิฐบล็อกสีส้มที่เห็นแล้วต้องหยุดถ่ายรูป แต่พอเข้าไปข้างในจะพบกับโทนสีดำเข้มสุดชิคที่ดูดีในทุกแง่

ชั้นดาดฟ้าคือจุดไฮไลต์ที่ใครๆ ก็บอกว่าต้องขึ้นไปเช็คอิน เมนูแนะนำคือ H.O.C ครัวซองต์ไส้ Smoke Ham ที่หนานุ่มอร่อย บวกกับกาแฟคุณภาพดีที่รักษามาตรฐานได้ทุกสาขา เดินทางง่ายมากเพราะอยู่ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ไปได้ตั้งแต่เปิดร้านเช้าเลยถ้าไม่อยากรอคิว

  • ที่อยู่: ซอยสุขุมวิท 33 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (BTS พร้อมพงษ์)
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 7.00 – 18.00 น.
  • ราคา: เริ่มต้น 100 บาทขึ้นไป

Pacamara Coffee Roaster ทองหล่อ 25

7. Pacamara Coffee Roaster — ทองหล่อ 25

Pacamara เป็นร้านกาแฟที่ครบวงจรจริงๆ ไม่ได้แค่ขายกาแฟ แต่คั่วเอง สอนเอง และยังมี Gallery ชั้นสองให้นั่งในบรรยากาศส่วนตัว ถ้าคุณอยากรู้จักกาแฟมากกว่าแค่การดื่ม ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีมาก Specialty Coffee Lab เปิดสอนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง เหมาะสำหรับทั้งมือสมัครเล่นและผู้ที่อยากก้าวเข้าสู่วงการบาริสต้าอย่างจริงจัง

เมนูในร้านก็ไม่ธรรมดา Cold Brew Cola และ Piccolo เป็นตัวอย่างของเมนูที่ผสมความคิดสร้างสรรค์เข้าไปในกาแฟแบบที่ไม่รู้สึกว่าพยายามมากเกินไป ขนมอบก็สดใหม่ทุกวัน เผลอๆ ขนมอาจอร่อยกว่ากาแฟด้วยซ้ำ

  • ที่อยู่: 66 ทองหล่อ 25 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
  • เวลาเปิด: 8.00 – 18.30 น. (หยุดอังคาร)
  • ราคา: เริ่มต้น 120 บาทขึ้นไป

Paga Microroastery พร้อมพงษ์

8. Paga Microroastery — พร้อมพงษ์

สำหรับคอกาแฟที่จริงจังเรื่อง Terroir และรายละเอียดของแต่ละล็อตกาแฟ ไม่มีที่ไหนในกรุงเทพฯ ที่จะตอบโจทย์ได้ดีเท่า Paga Microroastery ร้านนี้หมกมุ่นกับตัวแปรทุกอย่าง ตั้งแต่คุณภาพน้ำที่ใช้ชง ไปจนถึงการจัดเรียงเครื่องบด ราวกับว่าแต่ละแก้วคือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องสมบูรณ์แบบ

เมนูส่วนใหญ่เน้นกาแฟคั่วอ่อนจากแอฟริกาและลาตินอเมริกา รวมถึงล็อตไทยชั้นดีที่คัดมาโดยเฉพาะ ดีไซน์มินิมอลของร้านช่วยให้โฟกัสอยู่ที่ถ้วยกาแฟ ไม่มีสิ่งรบกวน มีแค่กลิ่น รสชาติ และความเงียบสบาย ถ้าเพิ่งเริ่มสนใจกาแฟแบบจริงจัง ขอให้ทีมงานแนะนำได้เลย เขายินดีเสมอ

  • ที่อยู่: ย่านพร้อมพงษ์ / สุขุมวิท 31 กรุงเทพฯ
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 8.00 – 17.00 น.
  • ราคา: 150–300 บาท

The Mustang Blu หัวลำโพง

9. The Mustang Blu — หัวลำโพง

บางครั้งการดื่มกาแฟดีๆ ต้องมาพร้อมกับบรรยากาศที่เล่าเรื่องราวได้ด้วย The Mustang Blu คืออาคารเก่าแก่อายุเกือบ 100 ปีย่านหัวลำโพงที่ถูกแปลงโฉมเป็นโรงแรมและคาเฟ่ ก้าวเข้าไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าเวลาถูกหมุนถอยหลัง ฝาผนังเล่าเรื่อง เฟอร์นิเจอร์วินเทจมีความหมาย สัตว์สตัฟฟ์และต้นไม้เขตร้อนสร้างบรรยากาศแปลกตาที่ไม่มีที่ไหนเหมือน

ไม่ใช่แค่ที่ถ่ายรูป กาแฟและเครื่องดื่มที่นี่ก็ดีพอตัว เมนูเสิร์ฟมาพร้อมความตั้งใจ เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์หรืออยากพาแขกต่างชาติมาสัมผัสกรุงเทพในมุมที่ไม่มีในไกด์บุ๊ค อยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT หัวลำโพงเดินมาได้เลย

  • ที่อยู่: 721 ถนนไมตรีจิตต์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
  • เวลาเปิด: ทุกวัน 12.00 – 21.00 น.
  • ราคา: เริ่มต้น 100 บาทขึ้นไป

Patom Organic Living ทองหล่อ

10. Patom Organic Living — ทองหล่อ

ปิดท้ายด้วยร้านที่บอกเลยว่าต่างจาก 9 ร้านข้างต้นอย่างสิ้นเชิง Patom Organic Living คือคาเฟ่ที่ทำให้คุณรู้สึกดีทั้งกายและใจตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมา ร้านตั้งอยู่ในสวนกลางทองหล่อ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ บรรยากาศเรือนกระจกที่แสงส่องเข้ามาพอดี ไม่ร้อน ไม่มืด แค่กำลังดี
วัตถุดิบทั้งหมดออร์แกนิก คัดเลือกจากสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม และรายได้ส่วนหนึ่งยังมอบให้มูลนิธิสังคมสุขใจอีกด้วย มาที่นี่นอกจากดื่มกาแฟอร่อยแล้ว ยังได้ทำดีพ่วงไปด้วยในตัว ใครที่เบื่อร้านกาแฟดังทั่วไปและอยากลองอะไรที่ “มีจิตวิญญาณ” มากกว่านี้ Patom คือคำตอบ

  • ที่อยู่: 9/2 ซอยพร้อมพรรค แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
  • เวลาเปิด: อ.–อา. 9.30 – 18.00 น.
  • ราคา: เริ่มต้น 100 บาทขึ้นไป

สรุป

กรุงเทพฯ ในปี 2026 ไม่ขาดร้านกาแฟดีๆ ให้ลอง ทั้ง 10 ร้านที่รวบรวมมานี้แต่ละที่มีบุคลิกต่างกัน ร้านหนึ่งอาจเหมาะกับวันที่อยากนั่งทำงาน อีกร้านอาจเหมาะกับวันที่อยากเดตหรือพาเพื่อนมาแฮงค์เอาต์ บางร้านก็เอาใจสายกาแฟที่อยากเจาะลึกรสชาติจริงๆ
เคล็ดลับสำคัญ ถ้าอยากมุมถ่ายรูปดีๆ ไปช่วงเช้าวันธรรมดาจะได้ทั้งแสงและความเงียบ แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศร้านที่คึกคักเหมือนมีชีวิตชีวา ช่วงบ่ายวันเสาร์คือเวลาที่ใช่ กาแฟดีๆ รอคุณอยู่แล้ว เหลือแค่เลือกว่าวันนี้จะไปที่ไหนก่อนเท่านั้นเอง

Share this post

Picture of Daratip Khotpratoom

Daratip Khotpratoom

ดาราทิพย์ ดำรงตำแหน่ง GM ของ SP SMART VAN ผู้ให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับระดับชั้นนำของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานในแวดวงการขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว เธอถ่ายทอดมุมมองและความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการเดินทาง การท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มด้านการเดินทางและการคมนาคมสมัยใหม่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณและทำหน้าที่ช่วยให้เราจดจำคุณเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าเนื้อหาส่วนใดที่คุณสนใจและมีประโยชน์มากที่สุด