ถ้าพูดถึงจังหวัดที่ “เงียบงัน แต่ไม่เคยน่าเบื่อ” คนส่วนใหญ่ก็คงนึกถึงอุทัยธานีเป็นอันดับต้นๆ ไม่แปลกเลย เพราะที่นี่มีทั้งแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลเอื่อยๆ ผ่านตัวเมือง มีวัดวาอารามเก่าแก่กลิ่นอายโบราณ มีตรอกซอยสายหยุดเวลา แถมยังมีร้านอาหารที่ “กินแล้วจำ” อีกเป็นโหล
แต่ที่คนอุทัยฯ เขาภูมิใจที่สุดคงไม่ใช่เรื่องวิว ไม่ใช่เรื่องบรรยากาศ แต่เป็นเรื่อง “รสมือ” ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จากแม่ครัวบ้านๆ สู่ร้านดังระดับที่นักท่องเที่ยวต้องแวะ นี่คือ 10 ร้านอาหารอุทัยธานีบรรยากาศดีที่เราคัดมาให้แล้วว่า “มาแล้วไม่มีผิดหวัง”
1. สวนอาหารนกน้อย — ริมสะแกกรังกับปลาสดที่ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
ใครที่เคยนั่งกินข้าวริมแม่น้ำในช่วงเย็นๆ แบบที่ลมพัดเอาๆ จะรู้เลยว่าประสบการณ์นั้นหาซื้อไม่ได้ที่ไหน และ สวนอาหารนกน้อย ให้บรรยากาศแบบนั้นได้ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในอุทัยฯ ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง มีโต๊ะให้เลือกนั่งทั้งโซนวิวแม่น้ำที่ลมพัดโชยตลอด และโซนห้องแอร์สำหรับคนที่อยากนั่งสบายๆ
เมนูปลาที่นี่ถือเป็นไฮไลต์ ไม่ว่าจะเป็นปลาแรด ปลาคัง ปลาม้า หรือปลาเนื้ออ่อน ทำกันสดใหม่จากแม่น้ำแท้ๆ รสชาติอาหารไม่ได้จัดจ้านเกินไป กลมกล่อมแบบที่คนชอบกินอาหารบ้านๆ จะติดใจ เปิดทุกวันตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม มีที่จอดรถพอสำหรับครอบครัวใหญ่ด้วย
2. ร้านอาหารศาลาโค้ก — 30 ปีที่รสมือไม่เคยเปลี่ยน
สามสิบปีไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนลงกระดาษได้ง่ายๆ มันคือหลักฐานของความอร่อยที่ “ทดสอบเวลามาแล้ว” ร้านอาหารศาลาโค้ก ตั้งอยู่ตำบลท่าซุง ใกล้กับท่าข้ามโป๊ะฝั่งอุทัยธานี-มโนรมย์ ตัวร้านมีพื้นที่โอ่โถง โต๊ะเยอะ และเจ้าของบ้านต้อนรับแบบเป็นกันเองจนรู้สึกเหมือนมากินบ้านเพื่อน
เมนูเด็ดที่ต้องสั่งก็คือ ปลาแรดทอดกระเทียมกรอบนอกนุ่มใน, ต้มยำปลาคังหม้อไฟที่น้ำซุปเข้มข้นถึงรส, ทอดมันปลากรายเนื้อเด้ง, และยำผักบุ้งกรอบที่รสเปรี้ยวนำพอดีๆ ใครได้ลองแล้วรับรองต้องกลับมาซ้ำ ราคาเป็นมิตร เปิดตั้งแต่เช้าถึงสามทุ่ม
3. ร้านพรหมท่าซุง — แพกลางน้ำ วิวตรงข้ามวัดท่าซุง
ถ้าอยากได้บรรยากาศ “นั่งบนน้ำ” แบบจริงๆ ที่ตัวแพลอยเอนไปตามกระแสน้ำเบาๆ ร้านพรหมท่าซุง คือคำตอบ ร้านทอดยาวอยู่บนแม่น้ำย่านตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง มองออกไปก็เห็นวัดท่าซุงอยู่ฝั่งตรงข้าม บรรยากาศมันฟิลแบบหนังไทยยุค 90 ที่คิดถึง
เมนูปลาแรดทอดกระเทียมของที่นี่เป็นที่พูดถึงมาก เนื้อปลาสดแน่นน่ากัด กระเทียมเจียวหอมจนต้องกดสั่งทั้งที่ยังไม่ทันนั่ง นอกจากนั้นยังมีปลาเนื้ออ่อนฉู่ฉี่และทอดมันปลากรายให้เลือก เปิดตั้งแต่แปดโมงเช้า หยุดทุกวันอังคาร
4. ทุ่งเนินแจง Cafe & Resort — ริมน้ำ หลายโซน หลายอารมณ์
มีร้านอาหารบางร้านที่คุณไม่ได้มาเพราะหิว แต่มาเพราะต้องการ “สักที่” ที่ทำให้หายใจได้เต็มปอด ทุ่งเนินแจง Cafe & Resort ในตำบลเนินแจง อำเภอเมือง เป็นแบบนั้นพอดี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มีโซนนั่งให้เลือกหลากหลายตามอารมณ์ ทั้งโซนกลางแจ้งใต้ร่มไม้ โซนริมน้ำที่ลมเย็น และโซนในร่มสำหรับวันที่แดดร้อนหัว
อาหารที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เมนูที่คนสั่งบ่อยได้แก่ แป๊ะซะปลาช่อนที่กลิ่นขิงฉุยอ่อนๆ, ปลากะพงทอดน้ำปลากรอบนอกชุ่มใน, ส้มตำปลาทับทิมรสแซ่บลงตัว และปลาช่อนลุยสวยที่ผักสดอาบน้ำพริก เปิดยาวถึงห้าทุ่มทุกวัน ใครมากันเป็นกลุ่มใหญ่หรือจัดวันเกิดก็ทำได้ที่นี่เลย
5. ร้านอาหารป้าสำราญ — ของสดจากแม่น้ำ ราคาที่ไม่ทำให้สำราญน้อยลง
ชื่อร้านกับความเป็นจริงตรงกันมาก เพราะมากินที่ ร้านอาหารป้าสำราญ แล้วรู้สึกสำราญจริงๆ ร้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งเกาะเทโพ บรรยากาศโปร่ง มองเห็นวิวน้ำได้ชัดทุกโต๊ะ ลมพัดเย็น และที่สำคัญ วัตถุดิบปลาสดทุกวัน
เมนูที่ขอแนะนำเป็นพิเศษคือ ห่อหมกปลาลึงในใบตองหอมกรุ่น, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมที่เนื้อนุ่มน่ากัด, เต้าหู้อบหม้อดินซุปร้อนเดือด และกุ้งชุบแป้งทอดสีทองน่าเชิญ ราคาย่อมเยา เปิดถึงบ่ายห้าโมงเย็น ใครตั้งใจมากินมื้อกลางวันที่มีวิวดีๆ ร้านนี้ตอบโจทย์ได้เต็มๆ
6. ร้านบ้านนอกริมนา — ทุ่งนาสีเขียว บึงบัว และอาหารไทยแท้
มีอาหารบางมื้อที่อร่อยไม่ใช่เพราะรสชาติอย่างเดียว แต่เพราะบรรยากาศรอบข้างมันพาพาลให้ทุกอย่างดูดีขึ้น ร้านบ้านนอกริมนา ที่อำเภอหนองขาหย่าง คือตัวอย่างนั้น ร้านล้อมรอบด้วยทุ่งนาเขียวขจีและบึงบัวที่บานสะพรั่งตามฤดูกาล บรรยากาศชาวบ้านแบบที่หาได้ยากมากในยุคที่ทุกที่ต้องโมเดิร์น
เมนูอาหารไทยแท้ๆ ที่นี่มีให้เลือกมากมาย ทั้งปลาแรดทอดสมุนไพรกรอบหอม, ปลาช่อนเผาเกลือที่ผิวไหม้หอมๆ จิ้มกับน้ำพริกตะไคร้, แกงป่าปลากดคังเผ็ดจัดจ้าน, แกงเลียงกุ้งสดที่ผักสดใหม่ และกุ้งอบวุ้นเส้นหม้อร้อนๆ เปิดถึงสี่ทุ่ม เหมาะมากสำหรับทริปครอบครัว
7. ร้านเจ๊ดาปลาลวก — คิวยาว แต่คุ้มรอ
บางร้านมีชื่อเสียงที่สร้างได้ยาก แต่ ร้านเจ๊ดาปลาลวก ทำมาได้โดยไม่ต้องโฆษณา แค่ “ปากต่อปาก” ก็ล้นร้านทุกคืนแล้ว ร้านตั้งอยู่แถวหอนาฬิกาใจกลางเมือง เปิดเฉพาะมื้อเย็น ลูกค้าแน่นจนต้องแจกบัตรคิว แต่ถ้าใครอดทนรอได้ รับรองว่าไม่เสียใจ
พระเอกตัวเอกของร้านคือ “ปลาแรดลวกจิ้ม” ไม่มีกลิ่นคาวเลย เนื้อปลาสดลวกพอดีไม่แข็งไม่เละ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มรสจัดที่ทำให้กินเพลินจนจานหมดโดยไม่รู้ตัว ราคาคุ้มค่า จานใหญ่พอสำหรับแชร์กัน 2-3 คน ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคิวยาว ลองมาช่วงสี่โมงครึ่งหรือหลังสองทุ่มก็ได้
8. ร้านอาหารบ้านสวน บ้านไร่ — ในร่มไม้ ออกไกลนิด แต่คุ้มค่ามาก
คนที่ขับรถออกมาจากตัวเมืองอุทัยฯ ไปทางอำเภอบ้านไร่ แล้วแวะเข้า ร้านอาหารบ้านสวน มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “รู้แบบนี้ควรมาตั้งนานแล้ว” ร้านตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายแบบที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ นั่งได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ
เมนูอาหารไทยรสเด็ดของที่นี่มีทั้งปลาแรดทอดสมุนไพร, ผัดเผ็ดปลาช่อนรสจัดจ้าน, ยำผักกูดกุ้งสดที่หาทานได้ยากในเมืองใหญ่, แกงเขียวหวานไก่ห่อไข่เข้มข้น และผัดฉ่าปลาคังที่กลิ่นเครื่องสมุนไพรหอมฟุ้ง ราคาไม่แพง เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร
9. ข้าวมันไก่โกตี๋ — ตำนาน 50 ปีที่คนอุทัยฯ เลือกกินทุกเช้า
ไม่มีร้านไหนในอุทัยธานีที่จะพูดถึงโดยไม่กล่าวถึง ข้าวมันไก่โกตี๋ เปิดมาร่วม 50 ปี ช่วงเช้าของทุกวันคนต่อแถวตั้งแต่ยังไม่สว่างดี เพราะที่นี่เลือกใช้ไก่พันธุ์พื้นเมืองแท้ๆ ต้มด้วยสูตรเฉพาะที่ไม่บอกใคร ข้าวมันหอมหวนรสน้ำมันไก่ซึมเข้าทุกเมล็ด
ไก่ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่มเปื่อยพอดี ไม่แห้งไม่เหนียว เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวขิงสับรสกลมๆ กับน้ำจิ้มซีฟู้ดเปรี้ยวๆ หวานๆ นอกจากข้าวมันไก่แล้วยังมีหมูกรอบหนังฟู, หมูแดง, เป็ดย่าง ให้เลือกตามใจ ร้านปิดบ่ายสอง ดังนั้นใครช้าก็ไม่ได้กิน
10. ขนมปังสังขยาไพพรรณ — ของหวานที่รอมา 50 ปีก็ยังคุ้มรอ
ปิดท้ายรายการนี้ด้วยของหวานที่ “เป็นเอกลักษณ์ของอุทัยธานีอย่างแท้จริง” นั่นคือ ขนมปังสังขยาไพพรรณ เปิดมากว่า 50 ปี เป็นเจ้าแรก เจ้าเดียว ไม่มีสาขา ไม่มีแฟรนไชส์ ไม่มีตัวแทน ขายผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้นเพราะหมดเร็วมากจนน่าตกใจ
สังขยาสีส้มอำพันเนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นใบเตยอ่อนๆ รสหวานกำลังดี ไส้เยอะจนล้นทะลักออกมาตอนกัดคำแรก กินกับขนมปังนุ่มๆ ที่เพิ่งอบเสร็จ ความอร่อยแบบนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ มีแค่ “รสมือที่รักษาไว้นานครึ่งศตวรรษ” เท่านั้นที่ทำได้
ก่อนเดินทางไปอุทัยธานี
อุทัยธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 2.5–3 ชั่วโมง หลายร้านในลิสต์นี้ปิดช่วงกลางวันหรือมีวันหยุดประจำสัปดาห์ ดังนั้นควรโทรเช็กก่อนออกเดินทางสักหน่อยจะได้ไม่เสียเที่ยว โดยเฉพาะ ขนมปังสังขยาไพพรรณ ที่ต้องสั่งล่วงหน้า และ เจ๊ดาปลาลวก ที่เปิดเฉพาะมื้อเย็นและลูกค้าแน่นมาก
เมืองอุทัยธานีเป็นเมืองที่ดีงามในแบบที่ไม่ต้องพยายาม ไม่มีห้างใหญ่ ไม่มีคิวรถติดชั่วโมงเร่งด่วน แต่มีอาหารอร่อยๆ ที่ทำจากวัตถุดิบสด มีแม่น้ำที่ไหลเรื่อยๆ และมีผู้คนที่ยิ้มแบบไม่ต้องแกล้งทำ มาแล้วคุณจะรู้เองว่าทำไมคนที่เคยมาถึงอยากกลับมาอีกครั้ง