ถ้าพูดถึงจังหวัดที่มีของกินอร่อยติดชาร์ตอยู่ตลอด จันทบุรีคือหนึ่งในนั้นที่ไม่ต้องแย้ง ทั้งอาหารทะเลสดจากทะเลใกล้ ๆ ผลไม้ขึ้นชื่อระดับประเทศ และอาหารพื้นเมืองเอกลักษณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ แต่สิ่งที่ทำให้การกินที่จันทบุรีต่างจากที่อื่น ไม่ใช่แค่รสชาติ — มันคือ บรรยากาศ ที่ทำให้แต่ละมื้อกลายเป็นความทรงจำ
ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะริมคลองที่ลมพัดโกรกตอนเย็น วิวทะเลที่เปลี่ยนสีตามอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า หรือบ้านไม้เก่าที่กลิ่นอายของเมืองจันท์แท้ ๆ ยังอยู่ครบ คราวนี้เราจึงรวบรวม 10 ร้านอาหารจันทบุรีบรรยากาศดี มาให้เลือกปักหมุดก่อนออกเดินทางกัน
1. จันทรโภชนา — ตำนานรสต้นตำรับที่ทนทานกว่า 6 ทศวรรษ
ถ้าคุณจะนับหนึ่งว่าร้านไหนคือจิตวิญญาณของอาหารจันทบุรีแท้ ๆ คำตอบก็คือ จันทรโภชนา ร้านที่เปิดประตูมาตั้งแต่ปี 2505 ผ่านร้อนผ่านฝนมาจนได้รับรางวัล “เชลล์ชวนชิม” ของจริง ไม่ใช่เพียงป้ายตั้งไว้ดูเล่น
เมนูที่ขาดไม่ได้คือ ส้มตำทุเรียน ที่ผสมรสเปรี้ยวหวานของผลไม้บ้านเราเข้าไปอย่างลงตัว, แกงเป็ดเงาะ ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ, และ มัสมั่นทุเรียน ที่รสชาติออกหวานมันพิเศษแบบเฉพาะถิ่น บรรยากาศของสาขามหาราชตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดพร้อมลวดลายฉลุไม้ อบอวลกลิ่นความคลาสสิกแต่ไม่เชย
📍 86/20 ถ.มหาราช ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี | เปิดทุกวัน 10.00–22.00 น. | โทร. 039-327-179
2. เรือนริมน้ำซีฟู้ด — ซีฟู้ดที่ได้รางวัล ริมคลองที่มีแต่ความฟิน
ร้านนี้ไม่ได้แค่อร่อย แต่มัน อร่อยแบบที่ได้รับการยืนยันจากผู้ใช้งาน LINE MAN Wongnai กว่า 26 ล้านคน ในรูปแบบ Users’ Choice Award ซ้ำถึงสามครั้ง นั่นคือปี 2019, 2023 และ 2024 — เรียกได้ว่าไม่ใช่โชค แต่คือคุณภาพ
ตั้งอยู่ริมคลองตาสังข์ ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ บรรยากาศร้านเปิดโล่ง ลมธรรมชาติพัดชื่นใจ เหมาะนั่งยาวตอนพระอาทิตย์เริ่มรอนแสง เมนูเด็ดได้แก่ ส้มตำปูม้า รสแซ่บจี๊ดจ๊าด, ต้มยำทะเลหม้อโต ใส่ซีฟู้ดชิ้นใหญ่เบ้อเริ่ม และ ปูนิ่มผัดมะนาว ที่เนื้อปูนุ่มกรอบกลิ่นมะนาวหอมกระจาย
📍 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี | โทร. 087-747-7346
3. The White Box Seafood Restaurant — โต๊ะบนหาดทราย บรรยากาศอิงโรแมนติก
ลองนึกภาพโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่บนหาดทราย มีผ้าบางสีขาวปลิวไหวตามลมทะเล มีดนตรีสดให้ฟัง และวิวทะเลเป็นฉากหลังอยู่ตลอดมื้อ นั่นคือ The White Box ที่อยู่ใน Maldives Beach Resort หาดแหลมเสด็จ เมนูที่ขาดไม่ได้คือ รวมทะเลเผา, ห่อหมกทะเลในมะพร้าวอ่อน และ ท้องปลาแซลมอนทอดราดน้ำปลา บรรยากาศโทนสีขาวเรียบหรูทำให้ฟีลทั้งมื้อดูพิเศษโดยอัตโนมัติ เหมาะจะพามาในวันสำคัญหรือวันที่อยากทำให้คนพิเศษประหลาดใจ
📍 33/2 ม.4 หาดแหลมเสด็จ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี | เปิดทุกวัน 11.00–22.00 น. | โทร. 098-347-5582
4. ครัวอลิสา — ลมทะเลปากอ่าว วัตถุดิบจากชาวประมงมือแรก
ร้านที่ตั้งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์แห่งนี้ได้เปรียบอย่างหนึ่งที่ร้านในเมืองสู้ไม่ได้ นั่นคือ วัตถุดิบสดจากเรือประมงที่ผ่านหน้าร้านทุกวัน เรือลำไหนเทียบท่าตรงไหน วัตถุดิบก็เดินทางมาถึงครัวในระยะที่สั้นที่สุด ครัวอลิสาเสิร์ฟซีฟู้ดสดในบรรยากาศร้านโล่งโปร่งติดริมทะเล ลมพัดโกรกตลอดเวลาทำให้นั่งกินได้สบายแม้เที่ยงวัน รสชาติจริงใจ ไม่แต่งเกิน ราคาเป็นมิตร เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
📍 25 ม.5 ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี | เปิดทุกวัน 10.00–22.00 น. | โทร. 094-945-4520
5. รัตนะบุรี — ร้านอาหารท่ามกลางหุบเขาและน้ำตก
ถ้าคุณนึกถึงร้านอาหารที่บรรยากาศสวยที่สุดในจันทบุรี คำตอบของหลาย ๆ คนคือ รัตนะบุรี ที่ตั้งอยู่ใกล้ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ออกแบบเป็นบ้านทรงไทยโบราณหลังคาซ้อนชั้น ท่ามกลางหุบเขาสีเขียว เคียงข้างธารน้ำตก ฟีลราวกับหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ นอกจากร้านอาหารที่เปิดบริการ 10.00–22.00 น. ยังมีคาเฟ่เปิดแต่เช้า 07.00 น. สำหรับคนที่อยากมาจิบกาแฟยามเช้าพร้อมเสียงน้ำไหล เหมาะทั้งคู่รักและครอบครัวที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบที่ไม่ต้องเดินเข้าป่า
📍 ใกล้ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี | คาเฟ่: 07.00–17.00 น. | ร้านอาหาร: 10.00–22.00 น.
6. Moon River by Phuengluang Riverside — ริมแม่น้ำจันท์ กลางคืนมีดนตรีสด
ริมแม่น้ำจันทบุรียามเย็น มีร้านหนึ่งที่ไฟสวยงามสะท้อนลงน้ำ กลิ่นอาหารหอมล่องตามสายลม Moon River คือจุดนัดพบของคนที่อยากกินดี นั่งดี ฟังดนตรีสดแบบครบในที่เดียว เมนูเด็ดที่พูดถึงกันมากคือ เป็ดชะมวง อาหารพื้นเมืองจันทบุรีรสชาติเปรี้ยวนำจากใบชะมวงพื้นถิ่น รวมถึงเมนูต้มผัดแกงทอดครบรส ทั้งหมู ไก่ และซีฟู้ด ร้านมีทั้งโซน Outdoor ริมน้ำและโซน Indoor เปิดบริการ 11.00–22.00 น.
📍 อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี (ริมแม่น้ำจันทบุรี) | เปิดทุกวัน 11.00–22.00 น.
7. ครัวลูกเขย — เชฟจากโรงแรม พาครัวมาอยู่กลางสวน
ถ้าคุณอยากได้อาหารฝีมือเชฟระดับโรงแรมในราคาที่จ่ายได้ ก็ต้องหา ครัวลูกเขย ให้เจอ ซ่อนตัวอยู่ในซอยวัดพลับบางกะจะ ห่างตัวเมืองแค่ประมาณ 5 นาที บรรยากาศแบบโฮมมี่หน้าบ้าน ต้นไม้ล้อมรอบ ฟีลสบายกว่าร้านในห้างหลายเท่า เมนูที่นี่แนวไฮบริด ผสมอาหารไทยพื้นบ้านกับเทคนิคสากล เช่น แกงคั่วไข่ปลาเรียวเซียว และ หมึกไข่คั่วน้ำปลา ที่กินกับข้าวร้อน ๆ แล้วอยากสั่งเพิ่ม ราคาเป็นมิตรมาก
📍 ซอยวัดพลับบางกะจะ ต.บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี | โทร. 061-694-0946
8. บ้าน 2462 — กาลครั้งหนึ่ง… ในบ้านยุโรปเก่าแก่กลางเมือง
ชื่อร้านบอกทุกอย่าง เพราะ บ้าน 2462 ถูกสร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมยุโรปที่ยังคงความงามดั้งเดิมไว้อย่างน่าหลงใหล ผนังโค้ง หน้าต่างบานใหญ่ แสงไฟอุ่น ๆ ที่ทำให้แต่ละมื้อรู้สึกพิเศษ เมนูแนะนำเน้นอาหารพื้นเมืองที่หาได้ยาก เช่น ราดหน้าหมูเลียงลำใย, กุ้งถัง และ ปลากระพงพุงโย้ ปิดท้ายด้วยกรีกโยเกิร์ตเป็นของหวาน บรรยากาศที่นี่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นที่อยากมานั่งย้อนวันวาน เปิดบริการทุกวัน 10.00–22.00 น.
9. ทะเลเป็นใจ — ตู้คอนเทนเนอร์ริมอ่าว สไตล์ที่ไม่มีใครทำเหมือน
จะเรียกว่าร้านอาหารก็ได้ หรือจะเรียกว่าประติมากรรมริมทะเลก็ไม่ผิด เพราะ ทะเลเป็นใจ ดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์มาเป็นร้านอาหารริมทะเลบางกะไชย ดูเท่ ดูต่าง และรับลมทะเลได้เต็ม ๆ เพราะโครงสร้างเปิดโล่ง อาหารที่นี่เน้นซีฟู้ดสด ทั้งยำ ผัด ต้ม เสิร์ฟในบรรยากาศที่ไม่ค่อยเหมือนที่ไหน นั่งกินพร้อมมองทะเล ลมพัดตลอด สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป มุมนี้คือมุมที่ทำให้ฟีดดูดีอย่างไม่ต้องพยายาม
📍 ม.7 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี | เปิดทุกวัน 10.00–21.00 น. | โทร. 098-824-0026
10. Sky View Cafe at เกาะเปริด — วิวพาโนรามาที่สูงสุดในจันทบุรี
ปิดท้าย 10 อันดับด้วยร้านที่ให้บรรยากาศสูงสุด — ทั้งในแง่ความสูงและความประทับใจ Sky View Cafe ตั้งอยู่บนริมผาของเกาะเปริด ตัวร้านสองชั้นพร้อมที่นั่งให้เลือกทั้งโซนห้องแอร์และโซนกลางแจ้ง วิวทะเลแบบพาโนรามามองเห็นแนวน้ำกว้างสุดสายตา ที่นี่เหมาะสุดสำหรับการมาในช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อเนื่องถึงเย็น เพราะจะได้ทั้งแสงสีทองก่อนพระอาทิตย์ตก และบรรยากาศยามค่ำคืนที่ไฟกระพริบเล็กน้อยในทะเลไกล มีมุมถ่ายรูปมากมาย รับรองว่ากลับไปพร้อมทั้งความอิ่มและคลังภาพที่สวยงาม
📍 ต.เกาะเปริด อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี
ก่อนไป — เตรียมตัวให้ครบ
จันทบุรีห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 245–280 กิโลเมตร ช่วงเวลาที่ร้านอาหารคนเยอะที่สุดคือวันเสาร์–อาทิตย์ ช่วงบ่ายถึงเย็น แนะนำให้โทรจองโต๊ะก่อน โดยเฉพาะร้านริมน้ำและริมทะเลที่มีโต๊ะในจำนวนจำกัด และถ้ามาในช่วงฤดูผลไม้ (พฤษภาคม–กรกฎาคม) อย่าลืมตามหาเมนูที่ใส่วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างทุเรียน มังคุด และชะมวงด้วย — เพราะนั่นคือรสชาติที่แท้จริงของจันทบุรีที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว