หลายคนนึกถึงเพชรบุรีแล้วก็มักจะหยุดคิดอยู่แป๊บหนึ่งว่า “ไกลแค่ไหนนะ?” ความจริงคือเพชรบุรีไม่ได้ไกลอย่างที่คิด และถ้าออกเดินทางถูกเวลา ถูกเส้นทาง การขับรถครั้งนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในทริปสั้นที่คุ้มค่าที่สุดของปีก็ได้
ระยะทางและเวลาที่ใช้จริง ๆ
ก่อนอื่นต้องบอกตรง ๆ ว่า ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปเพชรบุรีนั้นอยู่ที่ประมาณ 120–170 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับว่าคุณออกจากจุดไหนในกรุงเทพฯ และเลือกใช้เส้นทางไหน โดยทั่วไปแล้ว ถ้าถนนโล่งปกติ คาดหวังได้ว่าจะใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง เท่านั้น
แต่นั่นคือในโลกอุดมคติ ความเป็นจริงของถนนไทยมันซับซ้อนกว่านั้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องพึ่งพาถนนพระราม 2 เป็นเส้นหลัก ซึ่งในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลยาว รถบนเส้นนี้อาจติดหนักจนเวลาเดินทางพุ่งขึ้นไปถึง 4–5 ชั่วโมงได้สบาย ๆ ดังนั้น การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจึงสำคัญไม่ต่างจากการเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง
รู้จักสองเส้นทางหลักก่อนตัดสินใจ
เส้นทางที่ 1: ถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35)
เส้นนี้ถือเป็นสายที่คนรู้จักดีที่สุดและใช้กันมากที่สุด เริ่มต้นจากทางด่วนเฉลิมมหานครในฝั่งธนบุรี ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม แล้วเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) บริเวณแยกวังมะนาว จังหวัดราชบุรี ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 120–130 กิโลเมตร ซึ่งสั้นกว่าอีกเส้นพอสมควร
ข้อดีคือเส้นทางนี้ผ่านจังหวัดชายทะเลที่สวยงาม แต่ข้อเสียที่ต้องพูดถึงตรง ๆ คือช่วงปี 2566–2568 ถนนพระราม 2 มีโครงการก่อสร้างขยายถนนตลอดแนว ทำให้เกิดจุดคอขวดหลายจุด ถ้าคุณวางแผนจะไปในช่วงวันศุกร์เย็นหรือเช้าวันเสาร์ ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 30–90 นาทีจากเวลาปกติ หรือถ้าทำได้ให้พิจารณาออกก่อนหกโมงเช้าเพื่อหนีรถ
เส้นทางที่ 2: ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านนครปฐม–ราชบุรี
เส้นนี้ใช้ถนนบรมราชชนนีออกจากกรุงเทพฯ แล้ววิ่งผ่านนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จนถึงเพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 166 กิโลเมตร แม้ว่าจะยาวกว่าเส้นแรกอยู่บ้าง แต่ถนนส่วนใหญ่โล่งสบายกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่พระราม 2 ติดหนัก หลายคนที่อยู่โซนฝั่งพระนครหรือนนทบุรีก็นิยมใช้เส้นนี้เพราะไม่ต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีก่อน
สำหรับคนที่อยากประหยัดเวลาและพร้อมจ่ายค่าทางด่วน ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมอย่าง มอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่–นครปฐม) ที่ช่วยเชื่อมต่อได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเข้าด่านบางใหญ่แล้วออกที่นครปฐม จากนั้นเชื่อมต่อถนนเพชรเกษมมุ่งสู่เพชรบุรีได้เลย
เคล็ดลับควรรู้ก่อนออกเดินทาง
ถ้าคุณอยากให้การขับรถครั้งนี้ราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ มีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
ออกเช้าได้เปรียบเสมอ ช่วงเวลาทองสำหรับการขับรถสายนี้คือก่อน 7 โมงเช้าในวันหยุด หรือก่อน 6 โมงเช้าในวันศุกร์ ถ้าออกได้ในช่วงนี้มีโอกาสสูงมากที่จะถึงเพชรบุรีภายใน 2 ชั่วโมงครึ่งโดยไม่เหนื่อยใจเลย
เปิด Google Maps ก่อนออก อย่าประมาทเรื่องนี้เพราะสถานการณ์ถนนเปลี่ยนได้ทุกวัน โดยเฉพาะช่วงที่มีงานก่อสร้าง การดูสถานะรถในแอปก่อนออกจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรใช้เส้นไหน และควรออกเวลาไหน
เตรียมน้ำและของกินเล็กน้อยติดรถ ถ้าเกิดเหตุรถติดขึ้นมาจริง ๆ การมีน้ำดื่มและขนมเล็กน้อยในรถจะช่วยลดความหงุดหงิดได้มาก และถ้าเดินทางกับเด็ก ๆ ยิ่งสำคัญเป็นทวีคูณ
แวะพักที่แยกวังมะนาว ถ้าขับมานานพอสมควรแล้ว บริเวณแยกวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ถือเป็นจุดพักที่สะดวก มีร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และห้องน้ำรองรับนักเดินทาง ก่อนจะวิ่งต่อเข้าสู่เพชรบุรีอีกไม่ถึง 30 กิโลเมตร
ถึงเพชรบุรีแล้ว อย่าแค่ผ่าน
เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่หลายคนมองข้าม เพราะส่วนใหญ่มักจะขับผ่านต่อไปหัวหินหรือชะอำ แต่ความจริงคือเมืองเพชรมีเสน่ห์ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด และน่าเสียดายมากถ้าผ่านไปโดยไม่แวะแม้แต่ครั้งเดียว
เขาวัง: สัญลักษณ์ที่ยืนยาวมาตั้งแต่รัชกาลที่ 4
สิ่งแรกที่จะดักสายตาคุณทันทีที่เข้าเขตเมืองเพชรบุรีคือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือที่ชาวบ้านเรียกสั้น ๆ ว่า “เขาวัง” สถานที่แห่งนี้เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2402 บนยอดเขาสูง 95 เมตรที่ชาวบ้านเรียกว่า “เขาสมณ”
สิ่งที่ทำให้เขาวังต่างจากโบราณสถานทั่วไปคือสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกแบบนีโอคลาสสิกเข้ากับงานสถาปัตยกรรมไทยและจีนได้อย่างกลมกลืนชนิดที่หาดูได้ยากในที่อื่น ยอดเขาทั้งสามแห่งต่างมีความหมายเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นวัดพระแก้วบนยอดตะวันออก พระธาตุจอมเพชรที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบนยอดกลาง และหมู่พระที่นั่งอันงดงามบนยอดตะวันตก
วัดและศิลปะที่หาไม่ได้ที่ไหน
เพชรบุรีถูกยกให้เป็น “อยุธยาแห่งที่ 2” ไม่ใช่โดยไม่มีเหตุผล ในเมืองแห่งนี้มีวัดสำคัญที่มีอายุเก่าแก่กว่าพันปีอย่าง วัดมหาธาตุวรวิหาร ที่มีพระปรางค์สีขาวห้ายอดเป็นสัญลักษณ์ และวัดเกาะแก้วสุทธารามที่ตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาอันวิจิตรงดงาม รวมถึง วัดพระพาชัย ที่เก็บรักษามรดกศิลป์ “หนังใหญ่” ของเพชรบุรีเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและสัมผัส
ขนมหวาน อาหาร และรสชาติที่ต้องลอง
ใครที่ยังไม่รู้จะตกใจ เพชรบุรีเป็นเมืองหลวงแห่งขนมหวานของไทยอย่างไม่เป็นทางการ น้ำตาลโตนดที่ผลิตจากต้นตาลซึ่งปลูกเรียงรายทั่วจังหวัดกลายเป็นวัตถุดิบหลักของขนมขึ้นชื่ออย่างขนมโอ่ง ขนมถ้วยฟู และข้าวเหนียวดำที่หากินได้ตามตลาดริมน้ำทั่วไป
สำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารจริงจัง ต้องแวะร้าน ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง (น้ำพุ) เจ้าเก่าแก่สูตรดั้งเดิมที่ใช้น้ำตาลโตนดเป็นส่วนผสมลับ ทำให้น้ำซุปมีความหวานกลมกล่อมแบบที่ไม่มีที่ไหนเหมือน หรือจะลองร้าน ป้าหยัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องแกงเขียวหวานปลากายไข่เค็ม ซึ่งเป็นเมนู signature ที่ใครมาแล้วต้องสั่ง
จะไปวันไหนดีที่สุด?
คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ วันธรรมดาในช่วงเช้า คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะถนนโล่ง เดินทางสบาย และยังมีเวลาเที่ยวได้เต็มวัน แต่ถ้าสะดวกแค่วันหยุดสุดสัปดาห์ ลองออกให้ได้ก่อน 6 โมงครึ่งโดยเฉพาะในวันเสาร์ เพราะช่วง 8–9 โมงเป็นต้นไปถนนจะเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้าตรงกับช่วงเทศกาลหยุดยาวหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องเผื่อเวลาเพิ่มอีกเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางสายใต้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งประเทศ อาจใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติได้สองเท่า
สรุปให้ชัด ก่อนหยิบกุญแจรถ
เพชรบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 2.5–3 ชั่วโมง ในสภาพการจราจรปกติ ไม่ว่าจะเลือกเส้นพระราม 2 ที่สั้นกว่าแต่ต้องระวังช่วงก่อสร้าง หรือเส้นเพชรเกษมผ่านนครปฐม–ราชบุรีที่ยาวกว่าแต่สบายกว่าในบางช่วง ทั้งสองเส้นต่างพาคุณไปถึงจุดหมายได้ดีเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นสภาพรถเป็นอย่างไร
สิ่งที่สำคัญกว่าระยะทางคือการวางแผน ออกถูกเวลา เลือกถูกเส้น และพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ เพียงเท่านี้การขับรถครั้งนี้ก็จะไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่คุณจะเล่าให้ใครฟังอีกนาน